เล่าความฝันถึงพี่ชายเล่าความฝันถึงพี่ชาย

เสียงจากความฝันที่พากลับบ้านเกิด

บางเรื่อง…ถ้าไม่ได้ยินจากปากเจ้าตัวเอง ผมก็คงคิดว่าเป็นเรื่องแต่ง

เพราะมันเริ่มจากความฝันธรรมดา ๆ ของชายคนหนึ่งที่กำลังทำงานอยู่ไกลบ้านหลายพันกิโลเมตร

ชายคนนั้นชื่อ “ลุงช้อน”

เกษตรกรจากจังหวัดขอนแก่น ที่วันนี้มีไร่นาสวนผสมอยู่บนพื้นที่กว่า 5 ไร่ เต็มไปด้วยผัก ผลไม้ ไก่ เป็ด ปลา และพืชกินได้แทบทุกอย่างที่ครอบครัวต้องใช้ในแต่ละวัน

เช้าวันหนึ่งผมนั่งคุยกับลุงใต้ศาลาไม้เก่า ๆ กลางสวน ลมพัดผ่านต้นกล้วย เสียงไก่เดินคุ้ยดินอยู่ไม่ไกล กลิ่นหญ้าเปียกหลังฝนเมื่อคืนยังติดอยู่ในอากาศ

ลุงเล่าว่า…

เมื่อหลายปีก่อน แกเคยไปทำงานที่ไต้หวันอยู่ประมาณสองปี

ชีวิตตอนนั้นก็เหมือนแรงงานไทยทั่วไป ทำงานเก็บเงิน ส่งกลับบ้าน หวังให้ครอบครัวสบายขึ้น

แต่มีคืนหนึ่งที่แกจำได้ไม่เคยลืม

ฝันถึงพี่ชาย

เล่าความฝันถึงพี่ชาย คืนที่พี่ชายกลับมาในความฝัน

ลุงช้อนเล่าว่า ตอนนั้นนอนอยู่ในห้องพักคนงานที่ไต้หวัน

กลางดึกแกฝันเห็น “ตาสอน” พี่ชายที่จากไปแล้ว

ภาพในฝันไม่ได้ชัดเหมือนหนัง แต่แกบอกว่าจำความรู้สึกได้ดี

พี่ชายเดินมาหาแล้วพูดสั้น ๆ

“กลับบ้านเถอะ ที่นาของพ่อเป็นของเอ็ง เอาไปพัฒนา จะมีกินมีใช้”

จากนั้นภาพก็ค่อย ๆ หายไป

ลุงสะดุ้งตื่นตอนใกล้เช้า

ตอนแรกก็ไม่ได้คิดอะไร

แต่แปลกตรงที่ความฝันนั้นยังติดอยู่ในหัวทั้งวัน

จนเย็นวันเดียวกัน แกโทรหาเมียที่อยู่ขอนแก่น

เล่าเรื่องทั้งหมดให้ฟัง

คำพูดของภรรยาที่ไม่มีใครคิดว่าจะถูกจดจำ

หลังจากฟังจบ ภรรยาของลุงหัวเราะเบา ๆ

แล้วพูดขึ้นมาว่า

“ถ้างั้นลองซื้อหวยเลขอายุพี่เขาดูสิ”

เป็นคำพูดเล่น ๆ มากกว่าเอาจริง

อย่างน้อยนั่นคือสิ่งที่ลุงยืนยัน

แต่สุดท้ายก็มีการซื้อจริง

เรื่องหลังจากนั้น ลุงไม่ได้เล่าละเอียดนัก

แกเพียงบอกว่าได้เงินก้อนหนึ่งมาในช่วงเวลาที่กำลังคิดหนักเรื่องอนาคตพอดี

มากพอให้ตัดสินใจกลับประเทศไทย

และเริ่มลงมือทำในสิ่งที่พี่ชายพูดไว้ในความฝัน

ตอนเล่าถึงตรงนี้ ลุงหยุดมองไปทางบ่อปลาอยู่พักหนึ่ง

เหมือนกำลังย้อนนึกถึงช่วงเวลานั้น

ผมเองก็ไม่แน่ใจว่าลุงกำลังคิดถึงเงินก้อนนั้น หรือคิดถึงพี่ชายกันแน่

คลิกรับโชคเพิ่ม

เล่าความฝันถึงพี่ชาย จากผืนนาที่เคยเงียบ กลายเป็นสวนที่คนแวะมาดู

ทุกวันนี้ไร่ของลุงช้อนไม่ได้ใหญ่โตอะไร

แต่มีครบแทบทุกอย่าง

มะม่วง กล้วย มะนาว ผักสวนครัว ปลาในบ่อ ไก่ไข่ และพืชอีกหลายชนิด

คนในละแวกนั้นเริ่มรู้จักไร่นี้มากขึ้น

ส่วนหนึ่งเพราะผลผลิตดี

อีกส่วนหนึ่งเพราะเรื่องความฝันที่ถูกเล่าต่อกันเรื่อย ๆ

จนหลายคนเริ่มเอะใจ

บางคนบอกว่าอาจเป็นเพียงความบังเอิญ

บางคนบอกว่าคนตายอาจกำลังช่วยลูกหลาน

ส่วนบางคนก็ไม่ได้เชื่อทั้งหมด แต่ก็ไม่กล้าปฏิเสธเสียทีเดียว

ที่น่าสนใจคือ ยิ่งมีคนเล่าต่อมากเท่าไร เรื่องนี้ก็ยิ่งถูกเติมรายละเอียดเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ

ทั้งที่ต้นเรื่องจริง ๆ อาจมีเพียงความฝันคืนเดียว

ผมนั่งฟังคนในหมู่บ้านคุยกันอยู่พักใหญ่

แล้วเริ่มเข้าใจว่า

บางครั้งสิ่งที่ทำให้คนคล้อยตาม อาจไม่ใช่เพราะเรื่องนั้นพิสูจน์ได้

แต่เป็นเพราะมีคนรอบตัวเชื่อพร้อมกันหลายคนต่างหาก

สวนที่คนแวะมาดูงาน

เมื่อความเชื่อเดินทางเร็วกว่าเหตุผล

มีคำพูดหนึ่งที่ผมจำได้จากวันนั้น

ชายสูงวัยคนหนึ่งนั่งจิบกาแฟหน้าร้านของภรรยาลุงช้อนในตัวเมือง

แล้วพูดว่า

“คนเราไม่ค่อยเชื่อเรื่องแปลกหรอก จนกว่าจะมีคนเล่าเหมือนกันสักสามสี่คน”

ฟังดูธรรมดา

แต่ยิ่งคิดก็ยิ่งน่าสนใจ

เพราะเรื่องของลุงช้อนอาจเป็นตัวอย่างเล็ก ๆ ของสิ่งที่เรียกว่าอุปทานหมู่

ตอนแรกมีคนเชื่อคนเดียว

ต่อมามีสองคน

แล้วกลายเป็นสิบคน

สุดท้ายบางคนที่ไม่เคยเจอลุงด้วยซ้ำ ก็เริ่มรู้สึกเหมือนตัวเองอยู่ในเหตุการณ์นั้น

ไม่รู้ว่าความฝันคืนนั้นเป็นเรื่องเหนือธรรมชาติจริงหรือไม่

ไม่รู้ว่าทุกอย่างเกิดจากโชค จังหวะชีวิต หรือการตัดสินใจของคนคนหนึ่ง

แต่สิ่งที่เห็นได้ชัดคือ

วันนี้ลุงช้อนยังคงเดินรดน้ำผักในสวนทุกเช้า

ส่วนร้านเล็ก ๆ ในตัวเมืองขอนแก่นก็ยังขายสินค้าจากไร่เหมือนเดิม

และใต้ต้นมะม่วงต้นใหญ่กลางสวน ยังมีเก้าอี้ไม้ตัวเก่าตัวหนึ่งวางอยู่

ลุงบอกว่าเป็นมุมที่แกชอบมานั่งเงียบ ๆ เวลาคิดถึงพี่ชาย

บางทีเรื่องที่คนจดจำได้มากที่สุด อาจไม่ใช่ความฝัน

แต่อาจเป็นเก้าอี้ตัวนั้น ที่ยังตั้งอยู่ตรงเดิม แม้เวลาจะผ่านไปนานแค่ไหนก็ตาม

หากใครกำลังติดตามเรื่องราวของผู้โชคดีจากงวดที่ผ่านมา หรืออยากดูข้อมูลที่หลายคนกำลังพูดถึง สามารถแวะเข้าไปที่หน้า /ตรวจผลสลาก/ ได้ เผื่อจะเจอเรื่องเล่าที่ชวนคิดต่ออีกหลายมุมเหมือนเรื่องของลุงช้อนในวันนี้

By Ly Pop

ทันข่าวใหม่ ใส่ใจรายละเอียด ไม่พลาดทุกชั่วโมง