Table of Contents
Toggleความฝันที่ถูกเล่าข้างบ่อกุ้งในเช้าวันหนึ่ง
ยามสายราวสิบโมงเช้า แดดเริ่มสะท้อนผิวน้ำในบ่อปูนที่ปูผ้าใบไว้เป็นระเบียบ บริเวณฟาร์มกุ้งกุลาดำแห่งหนึ่งในจังหวัดฉะเชิงเทรา ดูเผิน ๆ ก็เหมือนฟาร์มทั่วไป
เจ้าของฟาร์มคือ นางแก้วใจ และนายชาญชัย สองสามีภรรยาที่ทำธุรกิจเลี้ยงกุ้งมาหลายปี
ถ้าใครผ่านเข้ามาเห็นวันนี้ อาจคิดว่าเป็นเพียงฟาร์มที่วางระบบดี ดูสะอาด และจัดการง่าย
แต่คนใกล้ชิดรู้ดีว่า จุดเริ่มต้นของบ่อปูนเหล่านี้ไม่ได้มาจากการคำนวณต้นทุนเพียงอย่างเดียว
มันเริ่มจากคำพูดของแม่ยายเมื่อหลายปีก่อน
ความฝันของแม่ วันที่ทุกคนคิดว่าเป็นแค่เรื่องเล่าจากความฝัน
ชาญชัยเคยเล่าว่า ก่อนแม่ยายจะเสียชีวิตไม่นาน วันหนึ่งเธอเรียกลูกหลานมานั่งคุยใต้ร่มไม้ข้างบ้าน
ตอนนั้นไม่มีใครรู้ว่าทำไมแกถึงจริงจังนัก
แม่ยายพูดเพียงว่า ถ้าจะเลี้ยงกุ้งต่อไป อย่าพึ่งพาบ่อดินมากเกินไป
ให้ทำบ่อปูนเอง
ถึงจะเหนื่อยตอนเริ่มต้น แต่ดูแลง่ายกว่า
ที่สำคัญ แกบอกว่าในความฝันมีเทวดามาเตือนว่าจะมีปัญหาจากสัตว์บางอย่างที่ควบคุมไม่ได้
หลายคนฟังแล้วก็เงียบ
บางคนยิ้ม
บางคนเปลี่ยนเรื่องคุย
เพราะตอนนั้นไม่มีใครนึกภาพออกเลยว่าคำพูดนั้นหมายถึงอะไร
เมื่อปลาหมอคางดำเริ่มกลายเป็นปัญหาของคนอื่น
เวลาผ่านไปหลายปี
ผู้เลี้ยงกุ้งจำนวนไม่น้อยเริ่มเจอปัญหาจากปลาหมอคางดำในบ่อดิน
บางรายต้องเสียเวลาแก้ไข
บางรายต้องเพิ่มต้นทุน
บางรายถึงขั้นลดกำลังการผลิตลงชั่วคราว
ช่วงนั้นเองที่คนในวงการเริ่มหันกลับมาดูฟาร์มของชาญชัยกับแก้วใจ
เพราะบ่อส่วนใหญ่ของทั้งคู่เป็นบ่อปูนปูผ้าใบ
การควบคุมสภาพแวดล้อมทำได้ง่ายกว่า
โอกาสที่ศัตรูทางธรรมชาติจะเข้ามาสร้างปัญหาก็น้อยลง
ตอนแรกหลายคนมองว่าเป็นเรื่องบังเอิญ
แต่เมื่อเจอฟาร์มที่ได้รับผลกระทบเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ คำพูดเก่า ๆ ของแม่ยายก็เริ่มถูกหยิบมาพูดถึงอีกครั้ง
ไม่รู้บังเอิญหรือเปล่า
แต่ยิ่งมีคนเล่าต่อ เรื่องก็ยิ่งถูกจดจำมากขึ้น
คำเตือนเก่าที่เริ่มเดินทางจากปากหนึ่งสู่อีกปากหนึ่ง
สิ่งที่น่าสนใจไม่ใช่เรื่องความฝัน
แต่เป็นพฤติกรรมของคน
ตอนแรกไม่มีใครเชื่อ
หลังจากนั้นเริ่มมีคนฟัง
และสุดท้ายเริ่มมีคนเล่าต่อ
บางคนแวะมาดูฟาร์มแล้วกลับไปปรับบ่อของตัวเอง
บางคนบอกว่าอย่างน้อยการทำบ่อปูนก็ควบคุมหลายอย่างได้ง่ายกว่า
บางคนไม่ได้เชื่อเรื่องเทวดาเลยด้วยซ้ำ
แต่กลับคล้อยตามผลลัพธ์ที่เห็นตรงหน้า
มีอยู่ช่วงหนึ่งที่คนงานในพื้นที่พูดกันเล่น ๆ ว่า
“ไม่รู้แกฝันจริง หรือแกเห็นอนาคตกันแน่”
ประโยคนั้นฟังดูเหมือนมุกขำ ๆ
แต่กลับถูกพูดซ้ำอยู่หลายครั้งจนหลายคนจำได้
ความฝันของแม่ ระหว่างความเชื่อกับเหตุผล บางทีคนก็เลือกเก็บทั้งสองอย่างไว้
เรื่องนี้อาจอธิบายได้ด้วยเหตุผลล้วน ๆ
บ่อปูนควบคุมระบบได้ง่ายกว่า
ป้องกันปัญหาจากภายนอกได้มากกว่า
ต้นทุนบางส่วนอาจสูงกว่าในช่วงแรก แต่การจัดการระยะยาวก็มีข้อดีของมัน
แต่ในอีกมุมหนึ่ง หลายคนก็ยังอดนึกถึงคำพูดของแม่ยายไม่ได้
โดยเฉพาะเมื่อเหตุการณ์ต่าง ๆ ค่อย ๆ เกิดขึ้นใกล้เคียงกับสิ่งที่เธอเคยเล่า
พอมานั่งนึกอีกที มันก็ชวนให้รู้สึกแปลกอยู่เหมือนกัน
ไม่ใช่เพราะพิสูจน์ได้ว่าความฝันเป็นจริง
แต่เพราะบางครั้งคำเตือนที่ไม่มีใครสนใจในวันนั้น กลับกลายเป็นสิ่งที่คนย้อนกลับมานึกถึงในวันที่ทุกอย่างเกิดขึ้นแล้ว
เช้าวันนั้น แสงแดดยังคงสะท้อนผิวน้ำในบ่อปูนเหมือนเดิม
แก้วใจเดินตรวจบ่ออยู่ตามปกติ ส่วนชาญชัยกำลังเช็กระบบน้ำข้างโรงเก็บอุปกรณ์
และไม่ไกลจากนั้น มีคนยืนคุยกันเรื่องคำพูดของแม่ยายอีกครั้ง
เหมือนเรื่องเล่าบางเรื่องจะยังไม่จบง่าย ๆ
ใครที่ชอบติดตามเรื่องราวแปลก ๆ แบบนี้ ก็มักแวะดูข่าวคราวของผู้คนในแต่ละงวดควบคู่กันไป บางคนยังเปิดหน้า /ตรวจผลสลาก/ ไว้เผื่อเช็กข้อมูลต่าง ๆ ระหว่างนั่งอ่านเรื่องเล่าเหล่านี้ด้วยเหมือนกัน เพราะบางครั้งสิ่งที่คนจดจำ ไม่ใช่ตัวเลข แต่เป็นเรื่องราวที่อยู่รอบตัวมันต่างหาก.



