เมื่อคำทักธรรมดา กลายเป็นเรื่องที่คนทั้งคลินิกเริ่มเก็บไปคิด
ช่วงสายวันหนึ่งราว 11 โมงกว่า ๆ อากาศค่อนข้างร้อน แต่ลมยังพัดเอื่อยอยู่หน้าบ้านไม้หลังหนึ่งในชุมชนเก่าแถวชานเมือง หลายคนรู้จักเจ้าของบ้านในชื่อ “เจ้กุ้ง”
เจ้กุ้งอายุประมาณ 41 ปี
คนละแวกนั้นเล่าต่อกันมาว่าแกดูพรายกระซิบ
บางคนเชื่อมาก บางคนก็ฟังไว้เฉย ๆ
ส่วนตัวผมเอง ตอนแรกก็ไม่ได้คิดอะไรกับเรื่องพวกนี้มากนัก เพราะเอาเข้าจริง เรื่องความเชื่อแต่ละคนก็ต่างกันไป
แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับผู้หญิงคนหนึ่ง ทำให้เรื่องนี้ถูกหยิบมาพูดถึงอยู่พักใหญ่เหมือนกัน
หมอดูพรายกระซิบ จากความอยากรู้ธรรมดา สู่คำแนะนำที่ไม่มีใครคาดคิด
นางสาวอนงค์ อายุ 26 ปี เป็นพนักงานในคลินิกเสริมความงามแห่งหนึ่ง
คนรู้จักบอกว่าเธอเป็นคนขยัน พูดจาดี และแทบไม่เคยขาดงาน
วันนั้นเธอไปหาเจ้กุ้งเพราะเพื่อนชวน
ไม่ได้ตั้งใจไปขอเลข ไม่ได้ไปถามเรื่องโชคลาภเป็นพิเศษ
แค่ไปลองฟังดูเท่านั้น
เล่ากันว่าพอเจ้กุ้งมองหน้าอยู่พักหนึ่ง ก็พูดขึ้นมาคล้ายคนกำลังฟังใครกระซิบอยู่ข้างหู
จากนั้นจึงบอกว่า
ช่วงนี้จะมีโชคใหญ่เข้ามา แต่ก่อนถึงวันนั้น ให้กลับไปบูชาเจ้าที่ที่บ้านตามวิธีไหว้เจ้าที่แบบปกติ
ไม่มีอะไรแปลก
แต่มีประโยคหนึ่งที่เจ้กุ้งย้ำถึงสองรอบ
“ของที่ถวายต้องสุก อย่าเอาของดิบขึ้นไหว้”
ตอนนั้นอนงค์เองก็ยังงง
เพราะที่ผ่านมาเธอไม่เคยใส่ใจรายละเอียดตรงนี้เลย
สิ่งเล็ก ๆ ที่เพื่อนร่วมงานเริ่มสังเกตเห็น
หลังจากวันนั้นไม่กี่สัปดาห์
เรื่องแปลกเริ่มเกิดขึ้น
อย่างน้อยก็ในสายตาของเพื่อนร่วมงาน
ยอดขายที่อนงค์รับผิดชอบดีขึ้นเรื่อย ๆ
ลูกค้าเก่ากลับมาใช้บริการมากขึ้น
ลูกค้าใหม่ก็เข้ามาแบบต่อเนื่อง
บางเดือนยังได้รับโบนัสพิเศษจากผลงานที่เกินเป้าด้วย
แน่นอนว่าทุกอย่างอาจเกิดจากความสามารถของเธอเอง
เพราะอนงค์เป็นคนทำงานดีอยู่แล้ว
แต่พอความเปลี่ยนแปลงหลายอย่างเกิดติด ๆ กัน คนรอบตัวก็เริ่มนึกถึงเรื่องที่เธอเคยเล่า
ไม่รู้บังเอิญหรือเปล่า
แต่คนในคลินิกเริ่มถามกันบ่อยขึ้นว่า
“ยังไหว้เจ้าที่อยู่ไหม”
คำถามนี้จากเดิมที่พูดเล่น กลับเริ่มถูกถามจริงจังขึ้นทุกวัน
หมอดูพรายกระซิบ ห้องพักพนักงานที่กลายเป็นวงสนทนาแปลก ๆ
มีอยู่ช่วงหนึ่งที่ห้องพักพนักงานของคลินิก
เรื่องซีรีส์ เรื่องโปรโมชัน หรือเรื่องร้านอาหารใหม่ ๆ ถูกลดบทบาทลงไปแบบไม่รู้ตัว
สิ่งที่คนคุยกันกลับเป็นเรื่องเจ้าที่
เรื่องของไหว้
เรื่องความเชื่อในบ้าน
มีคนหนึ่งบอกว่าตนเองก็จะลองทำดู
อีกคนบอกว่าปกติไม่เคยสนใจ แต่ฟังหลายคนพูดแล้วก็อยากลอง
บางคนถึงขั้นจดรายการของไหว้กันจริงจัง
ทั้งที่ก่อนหน้านั้นแทบไม่เคยพูดเรื่องพวกนี้เลย
ตอนแรกผมอ่านเรื่องนี้ก็รู้สึกว่าเป็นอุปทานหมู่ชัด ๆ
แต่พอมานั่งนึกอีกที
หลายครั้งมนุษย์เราก็ได้รับอิทธิพลจากคนรอบตัวมากกว่าที่คิด
โดยเฉพาะเมื่อมีใครสักคนดูเหมือนจะประสบความสำเร็จขึ้นจริง ๆ
ระหว่างพลังความเชื่อ กับพลังของความมั่นใจ
เรื่องนี้ไม่มีใครพิสูจน์ได้ว่าอะไรเป็นเหตุของอะไร
อาจเป็นเพราะเจ้าที่
อาจเป็นเพราะคำแนะนำของเจ้กุ้ง
หรืออาจเป็นเพราะหลังจากได้รับคำทัก อนงค์เริ่มมีความมั่นใจในการทำงานมากขึ้น
บางครั้งคนเราพอเชื่อว่าชีวิตกำลังจะดี
ก็กล้าตัดสินใจมากขึ้น
ยิ้มมากขึ้น
คุยกับลูกค้าได้ดีขึ้น
และนั่นอาจส่งผลกับงานโดยตรงก็ได้
แต่สิ่งที่หลายคนยังจำได้จนถึงวันนี้ ไม่ใช่เรื่องโบนัสหรือยอดขาย
กลับเป็นประโยคสั้น ๆ ของเจ้กุ้งที่พูดในวันนั้น
“ของที่ถวายต้องสุก”
ประโยคธรรมดาแค่นั้นเอง
แต่กลับถูกพูดต่อในห้องพักพนักงานอยู่หลายเดือน
จนบางคนจำไม่ได้แล้วว่าเริ่มต้นมาจากใคร
ช่วงหลังมานี้ หากมีใครในคลินิกได้รับข่าวดีเรื่องงานหรือเรื่องเงิน ก็มักมีคนแซวขึ้นมาเบา ๆ ว่าได้ไปไหว้อะไรมาหรือเปล่า
ส่วนอนงค์ยังคงทำงานตามปกติ
และทุกครั้งที่กลับบ้าน เธอมักจะแวะดูศาลเจ้าที่ข้างบ้านอยู่ครู่หนึ่งเสมอ
เหมือนเป็นความเคยชินที่ติดตัวไปแล้วโดยไม่รู้ตัว
ขณะที่โต๊ะไม้เล็ก ๆ ตรงมุมบ้านยังคงมีควันธูปลอยบาง ๆ ในยามสาย คล้ายกับว่าวันที่เธอเดินเข้าไปหาเจ้กุ้งครั้งแรกนั้น เพิ่งผ่านไปไม่นานเลย



