คืนฝนพรำที่หนองตาคุม ชาวบ้านได้ยินเสียงเรียกจากกลางน้ำ
ช่วงปลายคืนวันอังคาร หลังฝนตกหนักอยู่พักหนึ่ง ชาวบ้านในพื้นที่บ้านนางคำเริ่มพูดถึงเรื่องแปลกที่เกิดขึ้นตรง “หนองตาคุม” หนองน้ำขนาดใหญ่ท้ายหมู่บ้าน ที่คนแถวนั้นรู้จักกันมานานในฐานะสถานที่มีเรื่องเล่าต่อกันมาหลายสิบปี
บางคนบอกว่า ถ้าผ่านช่วงดึกแล้วลมเงียบเมื่อไหร่ มักจะได้ยินเสียงคล้ายคนเรียกอยู่ไกล ๆ จากกลางน้ำ
และคืนล่าสุด…มีคนบอกว่าเขาเห็น “แสงไฟสีส้ม” ลอยอยู่ตรงจุดเดิมซ้ำถึงสามครั้ง
เรื่องนี้ตอนแรกหลายคนก็คิดว่าอาจเป็นเพียงคนหาปลาหรือแสงสะท้อนจากบ้านด้านหลัง แต่พอเช้ามา คนในหมู่บ้านกลับเริ่มพูดถึง “ตัวเลข” ที่เหมือนจะเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์เมื่อคืนอย่างน่าประหลาด
เรื่องเล่าของตาคุม ที่คนเฒ่าคนแก่ยังไม่กล้าพูดเล่น
คนในบ้านนางคำรู้กันดีว่า ชื่อ “หนองตาคุม” มาจากชายชราคนหนึ่งที่หาปลาอยู่แถวนี้เมื่อหลายสิบปีก่อน
ว่ากันว่า วันนั้นแกพายเรือออกไปคนเดียวช่วงเย็น ก่อนจะหายไปทั้งคืน
เช้าถัดมา เจอเพียงเรือไม้ลอยติดกอผักตบ ส่วนตัวแกไม่มีใครหาเจอ จนอีกหลายวันต่อมาถึงพบร่างอยู่ใต้น้ำลึกบริเวณกลางหนอง
ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา คนแถวนี้เริ่มเรียกที่นี่ว่า “หนองตาคุม”
บางคืน โดยเฉพาะหลังฝนตกใหม่ ๆ จะมีคนได้ยินเสียงเหมือนพายเรือ หรือบางทีก็คล้ายมีอะไรเคลื่อนอยู่บนผิวน้ำ ทั้งที่ไม่มีใครอยู่ตรงนั้นเลย
ชายวัยห้าสิบกว่าคนหนึ่งเล่าว่า เมื่อก่อนเขาไม่เคยเชื่อเรื่องพวกนี้ แต่คืนก่อนเกิดเหตุ เขาขี่รถผ่านตรงทางดินริมหนองช่วงประมาณสองทุ่มกว่า ๆ แล้วเห็นเงาคนยืนอยู่ตรงต้นตะเคียนเก่า
“ตอนแรกคิดว่าคนตกปลา แต่พอรถวิ่งเข้าไปใกล้ เงานั้นกลับหายไปเฉย ๆ เหมือนไม่เคยมีใครอยู่ตรงนั้น”
เขาบอกว่าคืนนั้นตัวเองกลับบ้านแล้วนอนไม่ค่อยหลับ เพราะในหัววนอยู่แต่ภาพต้นตะเคียนกับเสียงน้ำกระเพื่อมเบา ๆ ที่ได้ยินตอนจอดรถ
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะความกลัว หรือเพราะบรรยากาศมันเงียบเกินไปกันแน่
ตำนานหนองอาถรรพณ์ ตัวเลขบนเสาไม้เก่า กับความบังเอิญที่เริ่มตรงกัน
รุ่งเช้า เด็กวัยรุ่นในหมู่บ้านกลุ่มหนึ่งพากันไปดูตรงจุดที่มีคนอ้างว่าเห็นแสงลอยอยู่กลางน้ำ
สิ่งที่หลายคนสะดุดตาคือ เสาไม้เก่าใกล้ริมหนอง มีรอยสีซีด ๆ คล้ายตัวเลขอยู่บนเนื้อไม้
บางคนมองเห็นเป็น 27
บางคนบอกเหมือน 72 มากกว่า
แต่ที่ทำให้คนเริ่มพูดถึงหนักขึ้น คือเลขท้ายทะเบียนรถของชายที่เจอเงาปริศนาเมื่อคืน ดันมีเลข 2 กับ 7 อยู่เหมือนกัน
หลังจากนั้น ในกลุ่มร้านกาแฟเล็ก ๆ หน้าหมู่บ้านก็เริ่มมีการพูดต่อกันไปเรื่อย ๆ บางคนโยงถึงจำนวนต้นตะเคียนเก่าที่เหลืออยู่ริมหนอง บางคนกลับนึกถึงอายุของตาคุมตอนเสียชีวิตที่เคยมีคนเล่าว่าอยู่ราวหกสิบกว่า
สุดท้ายเลยเริ่มมีเลขอีกชุดที่ถูกพูดถึงตามมา เช่น 27 – 72 – 67 – 276
แม้ไม่มีใครยืนยันว่าเกี่ยวกันจริงหรือไม่ แต่บรรยากาศในหมู่บ้านวันนั้นค่อนข้างแปลก ทุกคนดูเหมือนกำลังคิดอะไรบางอย่างอยู่เงียบ ๆ
และยิ่งช่วงเย็น ฝนเริ่มลงเม็ดอีกครั้ง เรื่องนี้ก็กลับมาถูกพูดถึงอีกระลอก
ตำนานหนองอาถรรพณ์ คืนที่เสียงน้ำดังขึ้นเอง ทั้งที่ลมไม่มีสักนิด
หญิงเจ้าของร้านขายของชำใกล้ทางเข้าหนองเล่าว่า ช่วงประมาณสามทุ่ม เธอได้ยินเสียงเหมือนมีอะไรตกน้ำแรงมาก
ทั้งที่ตอนนั้นลมเงียบจนใบไม้แทบไม่ขยับ
เธอบอกว่า ตอนเดินออกมาหน้าร้าน ยังเห็นผิวน้ำตรงกลางหนองกระเพื่อมเป็นวงกว้างอยู่พักใหญ่ เหมือนมีใครพึ่งพายเรือผ่าน
แต่พอมองดี ๆ กลับไม่เห็นอะไรเลย
“มันเงียบเกินไปจนขนลุกจริง ๆ”
คำพูดสั้น ๆ นี้กลายเป็นประโยคที่คนแชร์ต่อกันทั้งคืนในกลุ่มชาวบ้าน
หลายคนเริ่มย้อนนึกถึงเรื่องเก่า ๆ ที่เคยได้ยินตั้งแต่เด็ก บางคนเชื่อว่าตาคุมยังวนเวียนอยู่ตรงหนองแห่งนี้ เพราะแกผูกพันกับที่นี่มาก
ขณะที่อีกหลายคนมองว่า ทุกอย่างอาจเป็นแค่ความบังเอิญของบรรยากาศ ฝน และความมืดที่ทำให้คนคิดไปเอง
แต่แปลกตรงที่ หลังเหตุการณ์คืนนั้น มีคนในหมู่บ้านอย่างน้อยสามคนฝันคล้ายกัน คือเห็นชายแก่พายเรืออยู่กลางหมอก พร้อมเสียงพูดเบา ๆ ที่ฟังไม่ชัด
หนึ่งในนั้นจำได้แค่เลขท้ายประโยค
“…สองเจ็ด”
จากเรื่องผีเล่าหน้าบ้าน กลายเป็นตัวเลขที่หลายคนเริ่มจับตา
เช้าวันต่อมา แผงขายสลากในตลาดใกล้บ้านนางคำเริ่มมีคนถามหาเลขเกี่ยวกับหนองตาคุมมากขึ้นแบบผิดสังเกต
แม่ค้าหลายคนบอกตรงกันว่า คนมักถามหาเลข 27 กับ 72 ก่อนเป็นอันดับแรก บางคนก็เลือกชุด 276 เพราะโยงจากหลายเหตุการณ์ในคืนเดียวกัน
ถึงตอนนี้ยังไม่มีใครบอกได้ว่า เรื่องทั้งหมดเป็นเพียงเรื่องเล่าที่บังเอิญเชื่อมกันเอง หรือมีบางอย่างที่อธิบายไม่ได้จริง ๆ
แต่สำหรับคนในพื้นที่ หนองตาคุมยังคงเป็นสถานที่ที่ไม่มีใครอยากเดินผ่านคนเดียวในตอนดึกอยู่ดี
โดยเฉพาะคืนฝนตก ที่ผิวน้ำเงียบจนเกินไป
และถ้าช่วงนี้ใครกำลังตามดูเรื่องราวเกี่ยวกับตัวเลขแปลก ๆ หรือคนที่ถูกจับตาจากเหตุการณ์ลักษณะนี้ หลายคนก็เริ่มหันไปดูข้อมูลเพิ่มเติมในหน้า “จับตาคนถูกหวยงวดนี้” กันมากขึ้น เพราะเชื่อว่า บางทีเรื่องเล่าจากหมู่บ้านเล็ก ๆ อาจซ่อนอะไรบางอย่างไว้มากกว่าที่คิด



