จากช่างซ่อมพัดลมเก่า ๆ สู่เจ้าของร้านเครื่องใช้ไฟฟ้าทั้งจังหวัด เรื่องของ “เอกนิติ” ที่หลายคนยังพูดถึงในตรัง
ช่วงปลายยุคฟองสบู่แตก หลายบ้านในจังหวัดตรังไม่ได้มีกำลังพอจะซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าใหม่เหมือนทุกวันนี้ พัดลมเสียก็ซ่อม โทรทัศน์ภาพล้มก็ยกหาร้าน เครื่องซักผ้าเสียงดังจนเพื่อนบ้านตกใจก็ยังต้องใช้ต่อไปก่อน
และในช่วงเวลานั้นเอง ชื่อของ “เอกนิติ” ก็เริ่มเป็นที่รู้จักในหมู่คนแถวนั้นแบบเงียบ ๆ
ชายวัย 37 ปี เจ้าของร้านซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้าเล็ก ๆ ริมถนนเก่าในตัวเมืองตรัง
คนที่รับซ่อมแทบทุกอย่างตั้งแต่พัดลม วิทยุ เครื่องเสียง ไปจนถึงโทรทัศน์รุ่นโบราณที่หลายร้านไม่อยากแตะแล้ว
บางคนบอกว่า
“ของเสียที่ไหน ถ้าเอกนิติจับ เดี๋ยวมันก็กลับมาใช้ได้อีก”
เรื่องเล่าช่างซ่อมพัดลมเฮง ช่วงที่เศรษฐกิจแย่ แต่ร้านเล็ก ๆ กลับมีคนเดินเข้าไม่ขาด
ในยุคนั้น เศรษฐกิจไม่ได้ดีนัก หลายบ้านต้องประหยัดกันสุด ๆ
เครื่องใช้ไฟฟ้าบางชิ้นใช้มาเกือบสิบปี แต่ก็ยังต้องซ่อมต่อ เพราะไม่มีเงินซื้อใหม่
ร้านของเอกนิติเลยเริ่มมีคนเข้ามาทุกวัน
เช้าซ่อมพัดลม
บ่ายแกะเครื่องเล่นเทป
ตกเย็นนั่งไล่วงจรทีวีหลอดด้วยสายตาแทบแดง
คนแถวตลาดเล่าว่า บางคืนร้านยังเปิดไฟอยู่เกือบเที่ยงคืน เพราะเจ้าตัวอยากซ่อมของให้เสร็จก่อนส่งคืนลูกค้า
รายได้เริ่มดีขึ้นทีละนิด
จากเดิมที่มีแค่โต๊ะไม้ตัวเดียวกับหัวแร้งเก่า ๆ
ไม่นานก็เริ่มมีลูกน้องเพิ่ม
เริ่มมีอะไหล่กองเต็มหลังร้าน
แล้วก็เริ่มมีคนจากอำเภออื่นขับรถมาหา
แต่เรื่องที่ทำให้หลายคนจำชื่อเอกนิติได้จริง ๆ กลับไม่ใช่ฝีมือซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้า
มันเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นหลังจากเขาไปเจอหมอดูคนหนึ่งโดยบังเอิญ
คำทักสั้น ๆ ที่เปลี่ยนชีวิตช่างซ่อมคนหนึ่งไปทั้งทาง
มีคนเล่าว่า ตอนนั้นเอกนิติกำลังเอาของไปส่งลูกค้าแถวชานเมือง แล้วแวะนั่งพักในร้านกาแฟเก่า
ที่นั่นมีหมอดูสูงวัยนั่งอยู่
ตอนแรกก็ไม่มีอะไร
แค่คุยกันธรรมดา
แต่ก่อนกลับ หมอดูคนนั้นกลับพูดขึ้นมาสั้น ๆ ว่า
“ดวงเอ็งไม่ได้จบแค่ช่างซ่อมหรอก วันหนึ่งจะมีร้านใหญ่ มีเงิน มีคนเคารพ แต่ต้องรู้จักเรียกโชคเข้าบ้าน”
เอกนิติเองก็ไม่ได้เชื่อทั้งหมด
แต่พอกลับบ้าน เขากลับจำคำพูดนั้นได้ไม่ลืม
โดยเฉพาะตอนที่หมอดูแนะนำให้ลองบูชา “พระสังกัจจายน์” เอาไว้ในร้าน
หลังจากนั้นไม่นาน คนเริ่มสังเกตว่าหน้าร้านของเอกนิติมีองค์พระเล็ก ๆ ตั้งอยู่ข้างโต๊ะคิดเงิน
ทุกเช้าก่อนเปิดร้าน เขาจะจุดธูปไหว้เงียบ ๆ อยู่คนเดียว
ไม่มีพิธีใหญ่โต
ไม่มีของแพง
มีแค่ความเชื่อแบบเรียบง่ายของคนทำมาหากิน
บางคนที่ชอบสังเกต ยังพูดกันเล่น ๆ ว่า
ธูปที่เอกนิติจุดหลายครั้ง มักมีตัวเลขคล้าย 5 กับ 8 ปรากฏอยู่บ่อย
ขณะที่เลขทะเบียนรถส่งของคันแรกของร้าน ก็มีคนจำได้ว่าลงท้ายด้วยเลข 27
แน่นอน…ทั้งหมดอาจเป็นเรื่องบังเอิญ
แต่ในวงคนชอบมองหา “จังหวะของตัวเลข” เรื่องพวกนี้มักถูกพูดถึงต่อเสมอ
ช่างซ่อมพัดลมเฮง จากร้านซ่อมเล็ก ๆ สู่ “ยี้ปั๋วเครื่องใช้ไฟฟ้า” ที่คนตรังรู้จักกันดี
เวลาผ่านไปหลายปี
เอกนิติเริ่มไม่ได้แค่ซ่อมของอีกต่อไป
เขาเริ่มขายเครื่องใช้ไฟฟ้าเอง
เริ่มรับสินค้าจากกรุงเทพฯ
เริ่มมีหน้าร้านใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ
คนในจังหวัดตรังหลายคนคุ้นชื่อ “ยี้ปั๋วเครื่องใช้ไฟฟ้า” เป็นอย่างดี เพราะช่วงหนึ่งถือว่าเป็นร้านใหญ่ที่คนนิยมไปเดินดูพัดลม โทรทัศน์ หรือเครื่องเสียงกันแทบทุกเทศกาล
ที่น่าสนใจคือ เอกนิติยังคงเก็บหัวแร้งตัวเก่าเอาไว้
ลูกน้องบางคนเคยถามว่าทำไมไม่ทิ้ง
เจ้าตัวตอบเพียงสั้น ๆ ว่า
“มันคือของที่ทำให้เรามีวันนี้”
หลายคนที่เคยรู้จักเขาตั้งแต่สมัยร้านเล็ก ๆ มักพูดตรงกันว่า สิ่งที่ทำให้เอกนิติไปได้ไกล ไม่ใช่แค่โชคหรือความเชื่อ
แต่เป็นนิสัยที่ไม่ยอมแพ้ง่าย ๆ ต่างหาก
ถึงอย่างนั้น เรื่องราวเกี่ยวกับตัวเลขในชีวิตของเขา ก็ยังถูกหยิบมาพูดทุกครั้งเวลาคนรวมตัวนั่งคุยเรื่องดวง เรื่องโชค หรือเรื่องจังหวะชีวิต
บางคนมองเป็นแค่เรื่องเล่า
บางคนกลับรู้สึกว่า ชีวิตคนเราบางทีก็มี “สัญญาณบางอย่าง” ซ่อนอยู่จริง ๆ
เรื่องเล่าช่างซ่อมพัดลม ทุกวันนี้ยังมีคนถามหาเรื่องราวของเอกนิติอยู่เสมอ
แม้เวลาจะผ่านมานานแล้ว แต่เรื่องของช่างซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้าจากตรังคนนี้ ก็ยังถูกเล่าต่ออยู่เป็นระยะ
โดยเฉพาะในกลุ่มคนที่ชอบเรื่องราวชีวิตพลิกผัน
หรือคนที่กำลังลำบากแล้วอยากหาแรงใจ
เพราะบางที สิ่งที่ทำให้คนเดินต่อได้
อาจไม่ใช่คำทำนายทั้งหมด
แต่อาจเป็นแค่การมี “ความหวังเล็ก ๆ” ให้ยึดไว้ในวันที่ชีวิตยังมืดอยู่ก็ได้
และช่วงหลัง มีคนเริ่มกลับมาพูดถึงตัวเลขที่เคยเชื่อมโยงกับเรื่องราวของเอกนิติอีกครั้ง ทั้งเลขอายุ เลขท้ายรถส่งของ หรือแม้แต่ตัวเลขจากธูปหน้าร้านในอดีต
บางคนก็จดไว้เฉย ๆ
บางคนก็นำไปตีความกันต่อ
ส่วนจะตรงหรือไม่ คงไม่มีใครตอบได้ทั้งหมด
แต่ถ้าใครชอบอ่านเรื่องราวแนวนี้ หรือกำลังติดตามกระแสตัวเลขที่หลายคนพูดถึงช่วงนี้ ลองเข้าไปดูเพิ่มเติมที่หน้า “จับตาคนถูกหวยงวดนี้” เผื่อจะมีบางเรื่องที่สะดุดใจคุณแบบไม่ทันตั้งตัว



