เจ้าพ่อพลิกชีวิตคนเจ้าพ่อพลิกชีวิตคน

ชีวิตบุญจันทร์ ชายไทยจากสวนกล้วยอิสราเอล สู่ร้านส้มตำข้างทางที่คนแห่มาไม่ขาดสาย

ช่วงหนึ่งในชีวิตของ “บุญจันทร์” ชายวัย 41 ปีจากภาคอีสาน เขาเคยเชื่อว่าถ้าอยากให้ลูกเมียสบาย ก็คงต้องยอมเหนื่อยอยู่ไกลบ้านให้ได้มากที่สุด

เขาเลือกบินไปทำงานที่อิสราเอล ทั้งที่ตอนนั้นลูกคนเล็กยังพูดไม่ค่อยชัด

หลายคนในหมู่บ้านบอกว่า งานสวนผักกับสวนกล้วยที่นั่นหนักมาก แดดแรง อากาศก็ไม่เหมือนบ้านเรา แต่รายได้ดี เดือนหนึ่งถ้าขยันจริงก็แตะหกถึงเจ็ดหมื่นบาทไทยได้ไม่ยาก

บุญจันทร์กัดฟันไป

เพราะอย่างน้อย เงินสามหมื่นห้าพันที่ส่งกลับบ้านทุกเดือน มันช่วยให้ลูกได้เรียน เมียไม่ต้องกู้หนี้เพิ่ม และพ่อแม่ที่แก่ลงทุกวันยังมีข้าวกินครบมื้อ

เวลาผ่านไปไวเหมือนโกหก

จากปีแรก… กลายเป็นห้าปีเต็ม

ตำหนักเจ้าพ่อเจ้าเมือง

เจ้าพ่อพลิกชีวิตคน สวนกล้วยที่อิสราเอล กับคืนหนึ่งที่เขาจำไม่ลืม

ชีวิตที่อิสราเอลของบุญจันทร์ ไม่ได้หรูหราอะไร

ตื่นตีสี่ ออกไปสวนตั้งแต่ฟ้ายังมืด กลับมาก็เกือบค่ำ มือแตกเพราะจับดินจับปุ๋ยทุกวัน

เขาเคยเล่าว่า บางคืนคิดถึงบ้านจนเปิดรูปครอบครัวดูเงียบ ๆ คนเดียว

“เงินมันช่วยได้หลายอย่าง แต่บางทีความเงียบมันก็กินใจคนเหมือนกัน”

สวนที่เขาทำงาน มีทั้งแปลงผักยาวไปจนสุดสายตา และสวนกล้วยที่เรียงเป็นแนวอยู่ท้ายพื้นที่ คนไทยในแคมป์ชอบพูดกันเล่น ๆ ว่าตรงนั้นเงียบแปลก โดยเฉพาะคืนที่ลมแรง

คืนหนึ่งหลังเลิกงาน บุญจันทร์นั่งคุยกับเพื่อนใต้โรงเก็บของ แล้วมีคนพูดขึ้นมาว่าเห็นเลขบนลังกล้วยซ้ำกันหลายวันติด

เลขท้ายเดิมโผล่บ่อยจนบางคนเริ่มแซวว่า “หรือมันจะมีอะไรจะบอก”

ตอนแรกเขาก็หัวเราะ ไม่ได้คิดอะไร

แต่พอกลับเข้าห้องพัก คืนนั้นเขากลับฝันถึงบ้านตัวเองที่ไทยแบบชัดมาก

ฝันเห็นลูกสาวยืนเรียกอยู่หน้าร้านขายอาหารเล็ก ๆ ริมถนน มีควันจากเตาไก่ย่างลอยขึ้นบาง ๆ แล้วมีเสียงคนพูดว่า

“ถึงเวลากลับบ้านได้แล้ว”

บุญจันทร์ตื่นขึ้นมาตอนตีสามกว่า

เขาจำได้แม่น เพราะมองนาฬิกาอยู่พักใหญ่เหมือนกำลังคิดอะไรบางอย่าง

ไม่รู้ว่าเพราะความคิดถึงบ้านสะสม หรือเป็นแค่ความฝันธรรมดา แต่หลังจากวันนั้น เขาเริ่มรู้สึกอยากกลับไทยมากขึ้นเรื่อย ๆ

เจ้าพ่อพลิกชีวิตคน ตำหนักร่างทรงเจ้าพ่อเจ้าเมืองนครสวรรค์ กับคำพูดที่เปลี่ยนชีวิต

หลังครบสัญญาจ้าง บุญจันทร์กลับไทยพร้อมเงินเก็บก้อนหนึ่ง

ตอนแรกเขาตั้งใจว่าจะพักไม่นาน แล้วค่อยหาช่องทางกลับไปทำงานต่างประเทศอีกรอบ เพราะรายได้มันมั่นคงกว่า

แต่ช่วงที่กลับมา เขาได้ตามญาติไปยังตำหนักร่างทรงเจ้าพ่อเจ้าเมืองนครสวรรค์แห่งหนึ่ง

คนแน่นตั้งแต่เช้า มีทั้งคนมาขอพร แก้บน และมานั่งฟังเรื่องราวชีวิตของตัวเอง

บุญจันทร์ไม่ได้เป็นคนงมงายมากนัก เขาเป็นคนคิดเยอะ พูดจาฉะฉาน และชอบหาเหตุผลให้ทุกอย่าง

แต่วันนั้นมีบางอย่างที่ทำให้เขานั่งเงียบ

ร่างทรงมองหน้าเขาอยู่พักหนึ่งก่อนพูดว่า

“เดินทางมาไกลจนลืมว่าของกินบ้านตัวเองก็เลี้ยงชีวิตได้”

เขายอมรับว่า ตอนนั้นขนลุกแบบอธิบายไม่ถูก

เพราะก่อนหน้านั้น เมียเขาเพิ่งพูดเล่นว่า ถ้าไม่อยากไปต่างประเทศอีก ก็ลองเปิดร้านส้มตำไก่ย่างดู เพราะคนในพื้นที่ยังไม่มีร้านนั่งกินจริงจัง

แปลกตรงที่ ร่างทรงพูดต่ออีกว่า

“เลขเตาถ่าน เลขโต๊ะ หรือเลขป้ายร้าน บางทีมันจะพาคนเข้ามาเอง”

หลังกลับจากตำหนัก บุญจันทร์เริ่มสังเกตสิ่งรอบตัวมากขึ้น

ทั้งเลขท้ายรถที่เจอบ่อย เลขใบเสร็จ และตัวเลขบนป้ายเก่าที่ญาติยกมาให้ใช้หน้าร้าน

บางคนในละแวกนั้นก็เริ่มตีความกันไปต่าง ๆ นานา เพราะมีเลขบางชุดโผล่ซ้ำอยู่หลายครั้งแบบน่าแปลก

แต่เจ้าตัวกลับแค่หัวเราะแล้วบอกว่า

“ถ้าจะมีโชคจริง ขอให้ลูกค้ารักร้านก็ดีแล้ว”

คลิกรับโชคเพิ่ม

ร้านส้มตำไก่ย่างข้างทาง ที่ทำให้เขาไม่อยากกลับไปไกลบ้านอีก

ร้านเล็ก ๆ ของบุญจันทร์เริ่มจากโต๊ะไม่กี่ตัว

ช่วงแรกเขาแทบทำทุกอย่างเองหมด ตั้งแต่ย่างไก่ ตำส้มตำ ไปจนถึงล้างจาน

แต่สิ่งที่คนติดใจ กลับไม่ใช่แค่อาหาร

หลายคนบอกว่าชอบเวลาบุญจันทร์ออกมานั่งคุยหน้าร้าน เล่าเรื่องชีวิตที่อิสราเอลให้ฟังแบบคนธรรมดา ไม่ได้แต่งเติมอะไรเกินจริง

บางคืนลูกค้านั่งยาวเพราะฟังเพลิน

มีทั้งเรื่องสวนกล้วย เรื่องคนไทยในต่างแดน เรื่องความคิดถึงบ้าน และเรื่องแปลก ๆ ที่เขาเองก็ยังตอบไม่ได้ว่าบังเอิญหรือเปล่า

ไม่นาน ร้านเริ่มมีลูกค้าประจำเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ

จนจากที่คิดว่าจะกลับไปทำงานต่างประเทศอีกครั้ง กลายเป็นว่าเขาเริ่มรู้สึกอิ่มใจกับชีวิตแบบนี้มากกว่า

ได้เห็นหน้าลูกทุกวัน

ได้นั่งกินข้าวพร้อมเมีย

ได้ใช้ชีวิตแบบไม่ต้องรอวิดีโอคอลจากอีกซีกโลก

บางทีความสุขของคนเรา อาจไม่ได้อยู่ที่รายได้สูงที่สุดเสมอไป

แต่อยู่ตรงการได้กลับมาใช้ชีวิตในที่ที่หัวใจมันอยากอยู่จริง ๆ

แรงงานสวนกล้วยในอิสราเอล

เรื่องบางเรื่องก็อธิบายไม่ได้ แต่คนชอบจดจำตัวเลขเสมอ

หลังเรื่องของบุญจันทร์ถูกเล่าปากต่อปากในพื้นที่ หลายคนก็เริ่มกลับไปมองรายละเอียดเล็ก ๆ ที่เกิดขึ้นระหว่างทาง

ทั้งตัวเลขจากลังกล้วยในอิสราเอล เวลาในคืนที่เขาสะดุ้งตื่น หรือเลขบนป้ายร้านที่ลูกค้าหลายคนพูดถึงไม่หยุด

ไม่รู้ว่าเป็นความบังเอิญ หรือเป็นเพราะมนุษย์มักผูกความหวังไว้กับตัวเลขกันแน่

แต่ที่แน่ ๆ เรื่องของเขากลายเป็นอีกหนึ่งเรื่องเล่าที่คนยังพูดถึงอยู่เรื่อย ๆ ในวงกินส้มตำหน้าร้าน

และตอนนี้ หลายคนก็เริ่มจับตากันต่อว่า งวดนี้จะมีใครตีความ “สัญญาณบางอย่าง” จากเรื่องของบุญจันทร์ได้อีกหรือไม่

หากอยากติดตามเรื่องเล่าคนดวงพลิก และกระแสตัวเลขที่หลายคนกำลังพูดถึง สามารถเข้าไปดูต่อได้ที่หน้า “จับตาคนถูกหวยงวดนี้” ของ SURIYA NEWS เพราะบางเรื่อง…คนอ่านก็ไม่ได้อยากรู้แค่ตอนจบ แต่อยากรู้ว่าเลขไหนกำลังถูกพูดถึงต่อมากกว่า

By Ly Pop

ทันข่าวใหม่ ใส่ใจรายละเอียด ไม่พลาดทุกชั่วโมง