คืนที่เงาไม่ตรงกับต้นโพธิ์
คืนหนึ่งช่วงที่กฤตภพตั้งใจเดินกลับบ้านตามทางเดิมที่ใช้มาตลอด เขาเล่าว่าอากาศคืนนั้นนิ่งกว่าปกติจนรู้สึกเหมือนเสียงฝีเท้าของตัวเองดังเกินจริง ไฟฉายที่ถืออยู่ก็สว่างบ้างดับบ้างจนต้องคอยตบเครื่องให้มันติด จังหวะที่เงยหน้าไปดูทาง เขาก็เห็นป้ายไม้เก่าแผ่นหนึ่งห้อยแกว่งอยู่ใต้ต้นโพธิ์ใหญ่ริมวัด
ผิวไม้ของป้ายเก่าจนสีแทบหลุดออก แต่ตรงกลางเหมือนมีรอยเลขฝังอยู่ในเนื้อไม้ ถ้ามองตอนแสงนิ่ง ๆ จะเห็นไม่ชัดเลย แต่พอไฟฉายติดขึ้นแบบวูบเดียว ตัวเลขนั้นเหมือนลอยขึ้นมาบาง ๆ ราวกับเป็นเงาจากภายใน เขาบอกว่าเงามันคล้ายตัว 7 กับ 9 จนเขาหยุดหายใจไปหนึ่งจังหวะโดยไม่รู้ตัว
แม้ตัวเลขจะไม่ได้ชัดพอให้ยืนยัน กฤตภพบอกว่า “มันไม่เหมือนลายไม้ปกติ มันเหมือนมีอะไรอยู่ใต้พื้นผิวมากกว่า”
และตั้งแต่วินาทีนั้น อารมณ์ของคืนก็เริ่มเปลี่ยนไปอย่างบอกไม่ถูก
เหตุที่ทำให้กฤตภพต้องเดินผ่านเส้นทางนั้น
เขาเล่าว่าปกติจะไม่เดินเส้นนี้ตอนดึก เพราะทางมันเงียบเกินไป แต่วันนั้นเหมือนมีบางอย่างดึงให้เดินเฉียดวัดโดยไม่ตั้งใจ อาจเพราะอยากกลับบ้านเร็ว หรืออาจเพราะไฟฉายที่รวนทำให้ต้องเปลี่ยนทิศส่องหาทางสะดวกกว่าเดิม
“ผมไม่ใช่คนเชื่อเรื่องแบบนี้นะ แต่คืนนั้นมันเหมือนโดนบังคับให้เห็น” เขาว่าแบบลังเลนิด ๆ เหมือนยังจับต้นเหตุไม่ได้ว่าทำไมถึงไม่เลือกเลี้ยวไปทางถนนใหญ่ตั้งแต่แรก
เสียงลมที่เล็ดผ่านชายผ้าหลังศาลาเก่ามันดังแปลก ไม่ใช่เสียงที่เคยได้ยินในคืนปกติ กฤตภพยอมรับว่าเขาเริ่มรู้สึกคล้ายมีใครสักคนซ่อนตัวอยู่ในมุมมืด ทั้งที่สายตาก็ไม่เห็นอะไรเลยนอกจากเงาของต้นโพธิ์ใหญ่ที่โยกเบา ๆ
ต้นโพธิ์ให้เลขเด็ด เงาที่เดินตามแต่ไม่ใช่คน
หลังเดินพ้นป้ายไม้มาสักระยะ เขาก็สังเกตว่าเงาของตัวเองบนพื้นดินมัน “ไม่เดี่ยว” อีกต่อไป เงาที่สองนั้นไม่มีต้นทาง มันไม่สอดรับกับตำแหน่งไฟฉาย ไม่โยกตามจังหวะแสง และไม่ออกทรงเหมือนคนยืนด้วยซ้ำ แต่กลับมีรูปทรงแคบยาวประหลาด ขยับเข้าหาเขาทีละนิดเหมือนก้าวช้า ๆ
กฤตภพเล่าว่าเสียงฝีเท้าเบา ๆ ดังอยู่ด้านหลังเป็นจังหวะ สั้น ๆ หยุด ๆ คล้ายเด็กที่กำลังวิ่งมาบ้างหยุดบ้าง ในใจเขาแอบคิดว่าคงเป็นเด็กในวัดแกล้ง หรืออาจเป็นเสียงลมสะท้อนจากผนัง แต่ยิ่งเดิน เสียงนั้นยิ่งเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อย ๆ
“ไม่ใช่ลมนะครับ จังหวะมันเหมือนเท้ามนุษย์มากกว่า”
ประโยคนี้เขาพูดเสียงเบาจนเกือบเป็นกระซิบ
แปลกที่เขาไม่ได้กลัวจนขาแข็ง แต่กลับรู้สึกเหมือนกำลังถูกเฝ้ามอง ไม่ใช่แบบต้องการทำร้าย แต่เหมือนอยากให้เขาเดินต่อไปให้ถึงอะไรบางอย่าง
ต้นโพธิ์ให้เลขเด็ด เศษปฏิทินเก่าที่มีเลขคล้ายกัน
จนมาถึงช่วงทางแคบที่ต้นหญ้าขึ้นสูง เขาเห็นเศษกระดาษบางแผ่นติดอยู่ที่พื้นดิน มันคล้ายหน้าปฏิทินปีเก่าที่โดนแดดเผาจนสีซีดและขอบกระดาษลอกออกเป็นชั้น ๆ แต่ที่สะดุดตาคือมุมกระดาษขวาล่างมีรอยไหม้เล็ก ๆ แบบจุดไฟแตะเพียงเสี้ยววินาที ทั้งที่แถวนั้นไม่เคยมีใครเผาขยะเลย
บนขอบเศษกระดาษมีตัวเลขกลับหัวอยู่คู่หนึ่ง ถ้าหมุนแบบหนึ่งจะเห็นเป็น 19 แต่ถ้าหมุนกลับอีกด้านจะกลายเป็น 91 กฤตภพบอกว่าเลขมันวางแบบไม่ปกติ เหมือนตั้งใจให้เห็นได้ทั้งสองอย่าง
เขายังไม่ทันเก็บกระดาษขึ้นมา ก็บังเอิญได้ยินเสียงของเด็กคนหนึ่งดังแว่วมาจากทิศทางของทางเข้าวัด เสียงใส ๆ ที่ไม่ได้หันมาหาเขา แต่พูดออกมาเหมือนตอบใครบางคนว่า
“ลุง… เลขมันสวยนะลุง อย่าทิ้งนะ”
เขายืนนิ่งเหมือนถูกสะกด
เพราะเด็กพูดถึงเลข โดยที่ไม่ควรจะรู้ว่าเขาเห็นอะไรเมื่อครู่
และสิ่งที่ทำให้เขาขนลุกมากกว่า คือเด็กคนนั้นไม่เคยอยู่แถวนั้นมาก่อน และหลังพูดจบก็เดินลับเข้าไปในเงามืดเหมือนเป็นส่วนหนึ่งของบรรยากาศคืนนั้น
ความลังเลที่กลายเป็นความฝังใจ
เมื่อเดินพ้นเขตวัด กฤตภพยังพยายามคิดว่าเรื่องทั้งหมดเป็นเพียงความบังเอิญ แต่ยิ่งคิดยิ่งรู้สึกว่ารายละเอียดของแต่ละอย่างมันต่อกันพอดีเกินไป ทั้งป้ายไม้ที่มีรอยเลขแปลก ๆ เงาที่เดินตาม เศษกระดาษที่อ่านได้ทั้ง 19 และ 91 และเสียงเด็กที่พูดความหมายเดียวกับสิ่งที่เขาเห็น
“ผมไม่รู้ว่าต้องตีแบบไหน แต่เลขมันมาเป็นชุดแบบนี้ มันก็ต้องมีเหตุผลของมัน”
เขาพูดด้วยน้ำเสียงเหมือนกำลังชั่งใจระหว่างความเชื่อและเหตุผล
สุดท้ายเขาบอกว่าตนเองจดเลขทั้งหมดไว้ รวมทั้ง 7, 9, 19, 91 โดยไม่ได้จัดกลุ่มว่าเลขไหนนำเลขไหนตามกัน เขาว่า “ให้มันรวมกันเองตามธรรมชาติ” ต่างหาก บางครั้งเลขก็มีจังหวะของมันเหมือนกัน
ออกจากเรื่องลี้ลับด้วยความสงบใจ
ก่อนถึงบ้าน เขารู้สึกว่าความหนักอึดอัดเริ่มคลายลงเหมือนผ่านขอบเขตบางอย่างมาแล้ว คืนที่เริ่มต้นด้วยความรวนของไฟฉาย กลับจบด้วยความรู้สึกว่าเรื่องลี้ลับบางอย่างไม่ได้ต้องการทำให้เขากลัว แต่เหมือนต้องการให้เห็น “บางอย่าง” เท่านั้น
เขาทิ้งท้ายว่า
“ไม่กล้าฟันธงว่าคือสิ่งเหนือธรรมชาติไหม แต่ผมรู้สึกว่าคืนนั้นมันไม่เหมือนคืนไหนเลย เหมือนมีคนรอให้ผมผ่านไปตรงนั้นพอดี”
สำหรับคนที่สนใจจะดูว่าเลขที่เขาเจอไปสัมพันธ์กับงวดก่อนบ้างไหม กฤตภพแนะนำว่าให้ลองไล่ดูย้อนหลัง หรือถ้าต้องการตรวจผลปัจจุบันก็เข้าไปที่หน้า
/ตรวจผลสลาก/
เพื่อใช้ประกอบแนวทางตามความเชื่อของแต่ละคนได้ตามถนัด



