ตำนานไอ้ด่างเกยชัย และคำเล่าจากอาจารย์โท๊ก แห่งสำนักสักยันต์ไทย
ตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา ชื่อของ “ไอ้ด่างเกยชัย” ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องเล่ารอบกองไฟหรือคำพูดเล่นหลังวงเหล้าเท่านั้น แต่เป็นเหมือนเงาเก่าของลุ่มน้ำเดิมบางที่ตามหลอกหลอนผู้คนมาตามยุคสมัย
และคนที่ชาวบ้านมักไปถาม ไปฟังความจริงเชิงลึกมากที่สุดก็คือ อาจารย์โท๊ก เจ้าสำนักสักยันต์ไทยเกยชัย ผู้ที่เติบโตมากับคำเล่าเกี่ยวกับพญาจรเข้ตัวนี้ตั้งแต่ยังเล็ก
อาจารย์โท๊กเล่าว่า “เรื่องนี้มันเก่ากว่าที่คนรุ่นใหม่คิด”
น้ำเสียงของเขานิ่งมาก เหมือนเล่านิทานที่ฟังแล้วต้องเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง
และทุกครั้งที่เขาเล่า ผู้ฟังก็มักรู้สึกเหมือนมีลมแผ่วเบาผ่านข้างหูอยู่เสมอ
จระเข้ให้โชค จุดกำเนิดของไอ้ด่างเกยชัย – พญาจรเข้ที่ไม่ได้เป็นแค่สัตว์
อาจารย์โท๊กบอกว่า
สมัยก่อนตรงลุ่มน้ำนี้มีจรเข้หลายตัว แต่มีอยู่ตัวหนึ่งที่ “ไม่เหมือนใคร”
มันด่างทั้งแผ่นหลัง ลายเหมือนตัวหนังสือโบราณ
และคนแก่เชื่อว่ามันไม่ใช่สัตว์ธรรมดา
แต่เป็น “พญา” ที่ถูกสาปให้ต้องอยู่เฝ้าลำน้ำนี้แทนวัดเก่าแก่ที่จมอยู่ใต้ตม
ตำนานเดิมเล่าว่า มันกินคนจริง
แต่ไม่ได้กินเพราะหิว
กินเพราะคนเข้าไปรบกวนเขตของมัน
อาจารย์โท๊กพูดสั้น ๆ ว่า
“พญาเขาไม่กินพร่ำเพรื่อนะ เขามีธรรมของเขา แต่ถ้าล้ำเขต ก็อีกเรื่องหนึ่ง”
วันที่เด็กเลี้ยงควายเจอรูปปั้นด่างกลางตลิ่ง
หลายปีผ่านไป น้ำสงบลง จนชาวบ้านเริ่มลืมตำนาน
กระทั่งมีเด็กเลี้ยงควายไปชนเข้ากับวัตถุแข็ง ๆ ตรงริมตลิ่ง
พอขุดขึ้นมาก็พบว่าเป็น รูปปั้นจรเข้สีด่าง ที่ฝังอยู่ครึ่งตัว
ลายบนปั้นเหมือนลายบนหลังไอ้ด่างในตำนานทุกประการ
เด็กคนนั้นเล่าว่า
“ตอนจับรูปปั้น รู้สึกเหมือนมันอุ่นอยู่เหมือนมีลมหายใจ”
ชายแก่ในหมู่บ้านก็มองหน้ากันนิ่ง ๆ
เพราะรูปปั้นนี้คือของเก่าที่เคยใช้บูชาเพื่อให้ลำน้ำสงบปลอดภัย
อาจารย์โท๊กเลยเป็นคนยกขึ้นไปไว้ที่ศาลเกยชัยด้วยตัวเอง
ตั้งแต่วันนั้น ลมแถวนั้นเย็นขึ้นแบบที่ไม่มีใครอธิบายได้
จระเข้ให้โชค อาจารย์โท๊กเปิดเผย – ทำไมผู้คนแห่มาขอโชคลาภ
สำนักสักยันต์ของอาจารย์โท๊กอยู่ไม่ไกลจากศาลเกยชัย
ชาวบ้านหลายคนมักมานั่งคุยกับอาจารย์หลังทำพิธี
ส่วนใหญ่ถามเรื่องเดิม ๆ ว่า
“ทำไมขอเรื่องโชคลาภแล้วได้จริง?”
อาจารย์โท๊กตอบเหมือนกันทุกครั้งว่า
“พญาเขาให้ของไม่มาก แต่ให้ตรง
เขาให้เฉพาะคนตั้งใจจริง ไม่ใช่คนโลภ”
มีหลายคนไปขอเรื่องงานแล้วสมหวัง
บางคนฝันเห็นเงาว่ายน้ำวนเป็นเลข
ตื่นมาซื้อเลขที่ฝันแล้วได้จริงแบบไม่ตั้งใจ
อาจารย์โท๊กไม่เคยสนับสนุนให้เชื่อแบบสุดโต่ง
แต่เขาพูดแบบกลาง ๆ ว่า
“มันเหมือนแรงสวดมนต์เก่า ๆ ที่ยังค้างอยู่ในลานดินนั่นแหละ
บางทีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ก็แค่ต้องการให้คนจำเขาได้ ไม่ใช่ให้กลัว”
แรงศรัทธาที่กลับมาท่วมล้นอีกครั้ง
ช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา
คนเริ่มแห่กลับไปศาลไอ้ด่างอีกครั้ง
มีทั้งนักท่องเที่ยว คนทำงาน ค้าขาย
จนถึงวัยรุ่นที่อยากไปดูของจริงสักครั้ง
บางคนไปขอให้ค้าขายดี
บางคนไปขอให้เรื่องติดขัดคลี่คลาย
บางคนขอเรื่องตัวเลขแบบเป็นพิธีเล็ก ๆ
ไม่มีพิธีใหญ่
แค่ยกมือไหว้เบา ๆ ก็ถือว่าเพียงพอ
แต่สิ่งที่เหมือนกันคือ
คนที่ได้ผลลัพธ์จริง มักกลับไปแก้บน
ไม่ใช่เพราะกลัว
แต่เพราะรู้สึกเหมือนมีใคร “ดูแล” อยู่ตลอด
อาจารย์โท๊กพูดเอาไว้ทิ้งท้ายว่า
“ของแบบนี้ไม่ได้อาศัยความเชื่ออย่างเดียว
มันอาศัยความเคารพด้วย
ถ้าเคารพ เขาก็เมตตาเราให้เห็นผล”
สำหรับคนที่สนใจตัวเลขจากตำนานนี้
ชาวบ้านบางคนตีเลขจากตำนานไอ้ด่างเกยชัยแตกต่างกันไป
บางคนตีจากลายด่างบนหลังรูปปั้น
บางคนตีจากเงาน้ำที่วนเป็นวง
บางคนตีจากฝันที่ได้หลังไหว้
ตำนานแบบนี้ไม่มีใครฟันธงว่าเลขไหน “ถูกต้องที่สุด”
แต่อย่างที่ชาวบ้านพูดกันคือ
“เลขจะไปเองตามที่มันอยากไป”
และถ้าอยากลองตรวจผลย้อนหลัง หรือดูเลขล่าสุด
ก็เข้าไปที่หน้า
/ตรวจผลสลาก/
เผื่อประกอบการตัดสินใจตามความเชื่อของแต่ละคนได้



