องค์พระพุทธรูปแกะสลักอย่างประณีต ที่ปรากฏกลางป่าอย่างไร้คำอธิบายเมื่อหลายสิบปีก่อน
เรื่องเล่านี้มีต้นกำเนิดจากหมู่บ้านเล็ก ๆ แห่งหนึ่งในเขตอยุธยา ซึ่งชาวบ้านรุ่นเก่ามักพูดตรงกันว่า “ถ้าไม่มีองค์พระวันนั้น หมู่บ้านอาจไม่รอดหลายเหตุการณ์”
พระพุทธรูปองค์ที่ว่านี้ ไม่ใช่พระเก่าแก่ที่ถูกสร้างในวัด แต่เป็น พระพุทธรูปแกะสลักด้วยฝีมือประณีตแบบช่างหลวงยุคอยุธยา ที่ “โผล่อยู่กลางป่า” เมื่อกว่าเจ็ดสิบปีก่อนแบบไม่มีใครรู้ที่มา
ลักษณะองค์พระชัดเจนว่าไม่ใช่งานชุ่ยหรือแกะธรรมดา
พระพักตร์อิ่มเอิบ
พระขนงโก่งเรียว
ริมพระโอษฐ์ยิ้มละมุนเหมือนกำลังเมตตา
เส้นจีวรลึก คมกริบ แบบที่ต้องเป็นช่างระดับสูงเท่านั้นถึงทำได้
ลุงบุญธรรม วัยแปดสิบต้น ๆ ผู้ที่ยังจำเหตุการณ์วันพบเจอได้ แม้จะเป็นเด็กตอนนั้น เล่าว่า
“ตอนนั้นพ่อผมกับกลุ่มชาวบ้านเข้าไปตัดไม้ แต่เจอองค์พระตั้งอยู่ใต้ต้นโพธิ์ใหญ่ ราวกับมีใครเอามาวางไว้ก่อนหน้าไม่นาน ทั้งที่บริเวณนั้นไม่มีทางให้ลากหรือขนอะไรสะดวกเลย”
สิ่งที่ทำให้ทุกคนแปลกคือ
ฐานพระสะอาดราวกับเพิ่งสร้างใหม่
ไม่มีรอยดิน ไม่มีตะไคร่ ไม่มีความเก่าตามปกติของพระที่อยู่ในป่าหลายปี
วัดใกล้หมู่บ้านจึงอัญเชิญองค์พระกลับมาตั้งอย่างสมเกียรติ และตั้งแต่นั้นมา ชาวบ้านก็ศรัทธาอย่างลึกซึ้ง
พระพุทธรูปให้โชค พระสงฆ์เล่าเหตุการณ์แปลกที่เกิดขึ้นหลายครั้ง จนกลายเป็น “องค์คุ้มครองหมู่บ้าน”
พระครูวิชัย เจ้าอาวาสรูปปัจจุบัน บอกไว้ว่า
“ผมบวชมาตั้งแต่หนุ่ม ๆ เจอเหตุการณ์หลายอย่างที่อธิบายไม่ค่อยได้ แต่ก็ไม่ได้ทำให้กลัว กลับรู้สึกว่าหมู่บ้านมีสิ่งคุ้มครองจริง ๆ”
ท่านเล่าว่ามีเหตุการณ์หนึ่งที่จำไม่ลืม
คืนหนึ่งลมแรงจนเกือบพัดหลังคาศาลาเก่าเปิดออก แต่วันรุ่งขึ้นตรวจดูกลับพบว่าหลังคาไม่ขยับแม้แต่น้อย ราวกับมีบางอย่างรับแรงลมไว้
พระครูเอียงหน้าคิดก่อนพูดว่า
“บางครั้งก็ไม่รู้จะอธิบายยังไงนอกจากคำว่า ‘แคล้วคลาด’”
ไม่เพียงพระสงฆ์
ชาวบ้านเองก็เคยพบเหตุการณ์คล้าย ๆ กัน เช่น
รถไถของลุงคนหนึ่งเบรกขาดบนเนินดิน แต่รถไม่ไหลลง
เด็กหลานหมู่บ้านพลัดตกจากต้นไม้ แต่กลับไม่เป็นอะไร
บ้านชาวบ้านที่อยู่ติดป่า หลายครั้งถูกไฟป่าเฉียด แต่ไฟไม่เคยลามเข้าบ้าน
ทุกครั้งที่มีเหตุการณ์แบบนี้
ชาวบ้านมักเดินมาที่ศาลาวัด
จุดธูป 3 ดอก
แล้วพูดว่า
“ขอบคุณองค์พระที่คุ้มครอง”
พระพุทธรูปให้โชค เรื่องโชคลาภที่เล่าต่อกันมารุ่นสู่รุ่นแบบไม่โอ้อวด แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้
แม้หลายคนในหมู่บ้านจะไม่ใช่คนชอบเสียงโชคใหญ่โต แต่เรื่องที่เล่ากันปากต่อปากคือ
หลายครั้งที่ชาวบ้านได้ลางเลขจากองค์พระนี้อย่างน่าแปลกใจ
เช่น
ในปีหนึ่งมีงานปิดทอง ชาวบ้านเห็นเงาเลขสะท้อนจากแสงเทียนตรงมุมฐานพระ
คนหนึ่งตีเป็นเลข 28
อีกคนมองเป็น 82
ผลสลากวันนั้นออก 28
ปีถัดมา ช่วงเปลี่ยนจีวรพระประจำปี มีชาวบ้านเห็นลายเส้นคล้ายเลขบนรอยเก่า ๆ ของฐานพระ
ตีออกมาเป็น 714
ผลรางวัลสามตัวท้ายตรงเลขนั้นแบบพอดี
ลุงบุญธรรมพูดอย่างเกรงใจว่า
“เราไม่ได้สอนให้ใครงมงาย แต่ถ้าเป็นลางดี คนมันก็เห็นเป็นสิริมงคลกันเอง”
ศรัทธาที่มากกว่าขอเลข แต่เป็นความผูกพันของคนกับองค์พระ
ทุกเย็นหลังเลิกงาน จะมีคนแวะมาที่ศาลา
บางคนมาจุดเทียน
บางคนนั่งเงียบ ๆ
บางคนแค่มองพระแล้วถอนหายใจเหมือนโล่งขึ้น
คุณยายสายบัวเล่าว่า
“พอมองพระ อะไรที่หนักใจก็เบาลง มันไม่ได้เกี่ยวกับหวยอย่างเดียว แต่เกี่ยวกับความรู้สึกว่ามีใครมองดูแลอยู่”
แม้จะมีเรื่องลี้ลับเล่าต่อกันมามากมาย
แต่สิ่งที่คนทั้งหมู่บ้านเชื่อเหมือนกันคือ
องค์พระนี้ทำให้ทุกคนอยู่ร่วมกันอย่างสงบ
มีเรื่องดีมากกว่าเรื่องน่ากลัว
และทำให้หมู่บ้านมีความหวังในวันที่เหนื่อยล้า
ชาวบ้านบอกตรงกันว่า องค์พระนี้คือ “ใจกลางหมู่บ้าน”
เมื่อถามชาวบ้านทุกวัย
ทุกคนพูดเหมือนกันว่า “องค์พระนี้ไม่เหมือนพระองค์อื่น”
ไม่ใช่เพราะปาฏิหาริย์อย่างเดียว
แต่เพราะเป็นสัญลักษณ์ของการอยู่รอด ผ่านยุคสงคราม ผ่านน้ำท่วม ผ่านไฟป่า ผ่านทุกเรื่องจนถึงวันนี้
และถึงวันนี้ แม้ไม่ใช่พระโบราณนับพันปี
แต่เป็นพระที่มีความหมายลึกกว่ากาลเวลา
สำหรับคนที่อยากตรวจผลสลากย้อนหลังหรือผลล่าสุด สามารถดูได้ที่
/ตรวจผลสลาก/



