บารมีองค์พ่อ ร.5บารมีองค์พ่อ ร.5

สมีช่วง เปิดใจครั้งแรก จากอดีตพระนักดูดวง สู่เจ้าของร้าน “ชาใต้หอม นัวร์” เผยชีวิตรอดมาได้เพราะองค์พ่อ ร.5

อดีตพระสงฆ์ชื่อดังที่เคยมีผู้คนต่อคิวยาวเพื่อขอดูดวง วันนี้เลือกเดินบนเส้นทางใหม่ในฐานะพ่อค้าชาชักใต้แท้ ๆ “สมีช่วง” เปิดใจถึงมรสุมชีวิต ตั้งแต่ถูกกล่าวหาว่าหลอกลวง ถูกกลั่นแกล้งจากกระแสในวงการสายมู จนตัดสินใจลาสิกขา ก่อนกลับมายึดอาชีพที่ครอบครัวทำมาตั้งแต่วัยเด็ก พร้อมเผยความศรัทธาที่มีต่อพระบรมรูปทรงม้าของ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) ว่าเป็นกำลังใจสำคัญในวันที่ชีวิตตกต่ำเผยชีวิตรอดมาได้เพราะองค์พ่อ ร.5

พระนักดูดวงแม่น ๆ

ชื่อของ “สมีช่วง” เคยเป็นที่รู้จักในหมู่ผู้ศรัทธาที่เดินทางมาขอคำแนะนำเรื่องดวงชะตาและการใช้ชีวิต โดยมีผู้คนจำนวนมากรอคิวเพื่อเข้าพบ คล้ายกับปรากฏการณ์พระนักดูดวงที่เคยได้รับความสนใจในจังหวัดเชียงใหม่เมื่อหลายปีก่อน ซึ่งมีประชาชนเดินทางมารอข้ามวันข้ามคืนเพื่อรับคิวดูดวงในแต่ละวัน

สมีช่วงยืนยันว่า ตลอดช่วงที่อยู่ในผ้าเหลือง ไม่ได้รับเงินค่าดูดวงเป็นการส่วนตัว หากผู้ศรัทธาต้องการร่วมทำบุญ จะเป็นการหย่อนเงินลงในตู้บริจาคของวัดตามกำลังศรัทธา

อย่างไรก็ตาม ชีวิตกลับพลิกผันเมื่อเกิดข้อกล่าวหาเรื่องการหลอกลวงและกระแสโจมตีอย่างหนัก จนสุดท้ายตัดสินใจลาสิกขาออกมาใช้ชีวิตฆราวาส

สมีช่วงเล่าว่า ถูกกลั่นแกล้งจากกระแสในวงการดูดวง

หลังจากชื่อเสียงเริ่มเป็นที่รู้จัก สมีช่วงเล่าว่าต้องเผชิญแรงกดดันและความขัดแย้งจากผู้ที่ทำงานด้านดูดวงเช่นเดียวกัน จนเกิดการโจมตีและใส่ร้ายหลายด้าน

เขาบอกว่าช่วงเวลานั้นเป็นบททดสอบที่หนักที่สุดในชีวิต เพราะจากคนที่มีผู้ศรัทธาจำนวนมาก กลับกลายเป็นคนที่ถูกตั้งคำถามจากสังคมในเวลาไม่นาน

แม้จะยืนยันความบริสุทธิ์ใจ แต่สุดท้ายเลือกถอยออกจากวงจรเดิม เพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่แทนการต่อสู้กับกระแสความขัดแย้ง

บารมีองค์พ่อ ร.5 จุดเริ่มต้นร้าน “ชาใต้หอม นัวร์” อาชีพที่ติดตัวมาตั้งแต่เด็ก

หลังลาสิกขา สมีช่วงไม่ได้เลือกกลับไปทำงานสายมู แต่หยิบวิชาที่ครอบครัวสอนมาตั้งแต่วัยเด็กขึ้นมาอีกครั้ง นั่นคือ การชงชาใต้แบบดั้งเดิม

ครอบครัวของเขาเคยขายชาชักใต้แท้ ๆ มาก่อน ทำให้คุ้นเคยกับการเลือกใบชา การชง และการชักชาให้เกิดฟองหอมละเอียด

ร้าน “ชาใต้หอม นัวร์” จึงเกิดขึ้นจากความตั้งใจว่า อยากให้ผู้คนจดจำเขาในฐานะคนทำชาดี ๆ มากกว่าคนดูดวง

จุดเด่นของร้านคือการใช้ชาใต้รสเข้ม กลิ่นหอมแบบต้นตำรับ ชงสดทุกแก้ว ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของชาใต้ที่ได้รับความนิยมในหลายพื้นที่ของประเทศไทย

คลิกรับโชคเพิ่ม

จากชีวิตในผ้าเหลือง สู่ชีวิตพ่อค้าชาในงานแฟร์

ปัจจุบัน สมีช่วงเดินสายเปิดร้านตามงานแฟร์และมหกรรมอาหารหลายแห่ง มีลูกค้าเข้าคิวซื้อชาและชมการชักชาเป็นจำนวนมาก

หลายคนที่เคยรู้จักเขาจากอดีต แวะมาทักทายและอุดหนุน พร้อมให้กำลังใจในการเริ่มต้นชีวิตใหม่

เขาบอกว่า การชงชาทุกแก้วทำให้รู้สึกมีคุณค่า เพราะเป็นการทำมาหากินด้วยแรงกายและความซื่อสัตย์

บารมีองค์พ่อ ร.5 ความศรัทธาต่อองค์พ่อ ร.5 ที่ไม่เคยเปลี่ยน

อีกเรื่องที่สมีช่วงพูดถึงอยู่เสมอ คือความศรัทธาต่อ องค์พ่อ รัชกาลที่ 5

เขาเล่าว่า ทุกครั้งที่ชีวิตพบปัญหา มักเดินทางไปกราบพระบรมรูปทรงม้า เพื่อขอกำลังใจและตั้งสติ

สมีช่วงเชื่อว่าหลายเหตุการณ์ในชีวิต ทั้งเรื่องโชคลาภ โอกาสในการทำงาน และการรอดพ้นจากเหตุการณ์ร้ายแรง เป็นสิ่งที่ทำให้เขายิ่งยึดมั่นในความศรัทธานี้

พร้อมย้ำว่า ความศรัทธาเป็นเรื่องส่วนบุคคล และเป็นกำลังใจในการดำเนินชีวิต ไม่ใช่สิ่งที่จะนำไปตัดสินผู้อื่น

จุดเริ่มต้นร้าน “ชาใต้หอม นัวร์”

ชีวิตใหม่ที่เลือกเดินบนความสุจริต

สมีช่วงบอกว่า วันนี้ไม่ได้ต้องการกลับไปมีชื่อเสียงแบบเดิม แต่ต้องการมีอาชีพสุจริต เลี้ยงตัวเองและครอบครัวอย่างมั่นคง

จากอดีตพระนักดูดวง สู่เจ้าของร้านชาใต้ เขามองว่าทุกประสบการณ์ที่ผ่านมาเป็นบทเรียนสำคัญ และเลือกใช้มันเป็นแรงผลักดันมากกว่าจะจมอยู่กับอดีต

“ชีวิตใหม่ ไม่ทิ้งศรัทธา แต่ขอเดินบนทางที่สุจริต” คือคำพูดที่เขาใช้สะท้อนการเริ่มต้นครั้งใหม่ของตัวเอง

บทสรุป

เรื่องราวของ สมีช่วง กลายเป็นอีกหนึ่งเรื่องราวที่ถูกพูดถึงในโลกออนไลน์ เพราะสะท้อนการเปลี่ยนผ่านจากชีวิตที่เคยอยู่ท่ามกลางกระแสศรัทธาและข้อกล่าวหา มาสู่การเริ่มต้นใหม่ด้วยอาชีพที่ทำมาตั้งแต่เด็ก

แม้เส้นทางชีวิตจะเปลี่ยนไป แต่สิ่งที่เขายืนยันว่าไม่เคยเปลี่ยน คือความศรัทธาที่มีต่อองค์พ่อ รัชกาลที่ 5 และความตั้งใจที่จะใช้ชีวิตอย่างสุจริตผ่านร้าน ชาใต้หอม นัวร์ ซึ่งวันนี้กลายเป็นจุดเริ่มต้นของบทใหม่ในชีวิตของอดีตพระนักดูดวงรายนี้

By Ly Pop

ทันข่าวใหม่ ใส่ใจรายละเอียด ไม่พลาดทุกชั่วโมง