ของานแต่ได้โชคด้วย! หนุ่มวัย 36 พลิกชีวิตจากตกงาน ลูกเมียอดข้าว สู่คนดูแลวัวชน พร้อมโชคจาก “องค์พ่อจตุคามรามเทพ“
ชีวิตของคนเราไม่มีใครรู้ว่าจะพลิกผันเมื่อไร เรื่องราวของ นายสมยศ อายุ 36 ปี ชาวจังหวัดชุมพร คือหนึ่งในเรื่องที่ถูกพูดถึงในหมู่คนรู้จัก เพราะเป็นประสบการณ์ที่เจ้าตัวเชื่อว่าเริ่มต้นจาก “ศรัทธา” ก่อนจะตามมาด้วย “โอกาส” ที่เปลี่ยนชีวิตทั้งครอบครัว
นายสมยศเคยทำงานรับจ้างในกรุงเทพฯ มีรายได้พอเลี้ยงภรรยาและลูกสาว แม้จะไม่ได้มีเงินเก็บมากมาย แต่ก็พอใช้ชีวิตได้ตามปกติ จนกระทั่งบริษัทที่ทำงานประสบปัญหาและมีการลดจำนวนพนักงาน เขากลายเป็นหนึ่งในคนที่ต้องตกงานแบบไม่ทันตั้งตัว
รายได้ที่เคยมีก็หายไปทันที ค่าเช่าห้อง ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าอาหาร และค่าใช้จ่ายของลูกยังคงเดินต่อ แต่เงินในกระเป๋ากลับลดลงทุกวัน
ช่วงเวลานั้นเป็นช่วงที่หนักที่สุดในชีวิตของครอบครัว เขาเล่าว่าแทบทุกวันต้องคอยนับเงินก่อนซื้อข้าว บางวันผู้ใหญ่ยอมอดเพื่อให้ลูกได้กินก่อน บางวันมีเพียงไข่ต้มกับข้าวสวยหนึ่งจานแบ่งกันทั้งบ้าน
คำว่า “กินมื้ออดมื้อ” สำหรับครอบครัวนี้ ไม่ใช่คำพูดเปรียบเทียบ แต่เป็นความจริงที่ต้องเผชิญอยู่เป็นเวลาหลายสัปดาห์
องค์พ่อจตุคามช่วย เมื่อทุกทางตัน จึงหันไปหาสิ่งยึดเหนี่ยวทางใจ
นายสมยศพยายามหางานหลายแห่ง แต่ไม่มีใครรับ ทั้งงานก่อสร้าง งานขับรถ งานรับจ้างทั่วไป โทรศัพท์หลายสายถูกปฏิเสธ หรือเงียบหายไปโดยไม่มีคำตอบ
เมื่อเงินหมดและไม่รู้จะเดินต่ออย่างไร เขาตัดสินใจกลับบ้านเกิดที่จังหวัดชุมพร เพราะอย่างน้อยที่นั่นยังมีแม่อาศัยอยู่ในบ้านหลังเล็กริมทะเล ยังมีอาหารทะเลที่หาได้ตามฤดูกาล และไม่ต้องเสียค่าเช่าห้องเหมือนในกรุงเทพฯ
ก่อนเดินทางกลับ เขาแวะที่บริเวณ สถานีขนส่งสายใต้ใหม่ ซึ่งมีร้านรับเช่าพระแห่งหนึ่งตั้งอยู่ด้านหน้า และบริเวณนั้นมี องค์พ่อจตุคามรามเทพ ขนาดบูชาสูงประมาณ 1 ฟุต ประดิษฐานอยู่ให้ผู้คนได้สักการะ
นายสมยศยกมือไหว้ จุดธูป และตั้งจิตอธิษฐานด้วยคำขอเพียงข้อเดียว
“ขอให้ผมมีงานทำ ขอให้ลูกเมียไม่ต้องอดอีก”
เขาไม่ได้ขอให้ร่ำรวย ไม่ได้ขอเงินก้อนโต แต่ขอเพียงโอกาสที่จะได้ทำงานและเลี้ยงครอบครัวได้อีกครั้ง
หลังไหว้เสร็จ เขาเดินขึ้นรถกลับชุมพร พร้อมภรรยาและลูก โดยไม่รู้ว่าหลังจากนั้นชีวิตจะเริ่มเปลี่ยนไป
กลับบ้านเก่า เริ่มต้นชีวิตใหม่
บ้านของแม่เป็นบ้านไม้หลังเล็ก ๆ ที่อยู่มาหลายสิบปี แม้จะเก่าและไม่ได้สะดวกสบาย แต่ก็เป็นที่พักพิงของครอบครัวในวันที่ไม่มีอะไรเหลือ
ทุกเช้า นายสมยศออกไปช่วยแม่หาปลา เก็บหอย และทำงานรับจ้างเล็ก ๆ น้อย ๆ ในหมู่บ้านเพื่อให้มีรายได้บ้าง
เวลาผ่านไปประมาณหนึ่งเดือน เขาเริ่มทำใจว่าจะต้องเริ่มชีวิตใหม่จากศูนย์ และอาจไม่ได้กลับไปทำงานในกรุงเทพฯ อีก
แต่ในช่วงเวลานั้นเอง โทรศัพท์จากเพื่อนสนิทก็ดังขึ้น
โอกาสที่มาในวันที่ไม่คาดคิด
เพื่อนสนิทที่รู้จักกันตั้งแต่วัยรุ่น โทรมาชวนให้ไปทำงานเป็น ผู้ดูแลวัวชน
นายสมยศตอบตกลงแทบจะทันที เพราะงานนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับเขา
ย้อนกลับไปเมื่ออายุประมาณ 18–19 ปี เขาเคยเป็นเด็กดูแลวัวชนของนายหัวคนหนึ่งในจังหวัดชุมพร เรียนรู้ตั้งแต่การให้อาหาร การอาบน้ำ การดูแลสุขภาพวัว ไปจนถึงการฝึกซ้อมก่อนลงสนาม
แม้จะห่างจากงานนี้มาหลายปี แต่ประสบการณ์ยังอยู่ครบ
เพียงไม่กี่วัน เขาก็เริ่มงานทันที
อาชีพผู้ดูแลวัวชน ที่ทำให้ชีวิตค่อย ๆ ลืมตาอ้าปาก
หน้าที่ของนายสมยศคือดูแลวัวชนหลายตัวในคอก ตั้งแต่ให้อาหาร พาเดิน อาบน้ำ เช็กบาดแผล และเตรียมวัวก่อนการฝึกซ้อม
งานหนัก ต้องตื่นตั้งแต่เช้ามืด และอยู่กับวัวแทบทั้งวัน แต่เขาบอกว่านี่คืออาชีพที่ทำให้เขากลับมายืนได้อีกครั้ง
รายได้เริ่มเข้ามาอย่างสม่ำเสมอ
เงินก้อนแรกที่ได้รับ เขานำไปซื้อข้าวสาร อาหารสด และของใช้จำเป็นเข้าบ้าน
ภรรยาไม่ต้องกังวลว่าจะมีเงินซื้ออาหารให้ลูกหรือไม่อีกต่อไป
จากบ้านที่เคยเงียบเพราะความเครียด กลับมีเสียงหัวเราะของลูกดังขึ้นอีกครั้ง
องค์พ่อจตุคามช่วย จากบ้านเก่าที่ทรุดโทรม สู่บ้านที่อยู่สบาย
เวลาผ่านไปหลายเดือน รายได้จากการทำงานเริ่มมั่นคงมากขึ้น
นายสมยศค่อย ๆ ซ่อมแซมบ้านของแม่ เปลี่ยนหลังคาที่รั่ว ซ่อมพื้นไม้ ทำห้องน้ำใหม่ และต่อเติมพื้นที่เล็ก ๆ ให้ครอบครัวอยู่ได้สะดวกกว่าเดิม
ต่อมาเขาสร้างบ้านชั้นเดียวหลังใหม่บนที่ดินเดิม
ไม่ใช่บ้านหรู ไม่ใช่คฤหาสน์ราคาแพง แต่เป็นบ้านที่แข็งแรง มีหลังคาที่ไม่รั่ว มีห้องนอนให้ลูก มีครัวเล็ก ๆ และมีพื้นที่หน้าบ้านปลูกต้นไม้
เขาบอกว่า
“ชีวิตไม่ได้รวย แต่ไม่ขัดสนอีกแล้ว”
ประโยคสั้น ๆ นี้ คือสิ่งที่อธิบายความสุขของครอบครัวได้ดีที่สุด
เรื่องแปลกที่เกิดขึ้นหลังจากนั้น
นายสมยศเล่าว่า หลังจากเริ่มงานและกลับมาบูชาองค์พ่อจตุคามรามเทพ เขามีโชคเรื่องหวยอยู่บ่อยครั้ง
ส่วนใหญ่ไม่ใช่รางวัลใหญ่ แต่เป็นรางวัลเล็ก ๆ ที่ถูกหลายงวดติดต่อกัน จนคนใกล้ตัวเริ่มพูดว่าเขาเป็นคนมีดวง
เงินจากการถูกรางวัลไม่ได้ทำให้ร่ำรวย แต่ช่วยแบ่งเบาค่าใช้จ่ายในหลายช่วงเวลา
เจ้าตัวมองว่านี่เป็นเรื่องของโชคและความเชื่อส่วนบุคคล ไม่ได้คิดว่าเป็นสิ่งที่จะเกิดกับทุกคนเหมือนกัน
แต่สำหรับเขา มันคือกำลังใจที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ชีวิตกำลังดีขึ้น
ทุกครั้งที่ผ่านสายใต้ใหม่ จะกลับไปไหว้เสมอ
หลังชีวิตเริ่มมั่นคง นายสมยศมีโอกาสเดินทางเข้ากรุงเทพฯ เป็นครั้งคราว
สิ่งหนึ่งที่เขาทำทุกครั้ง คือแวะไปที่ร้านรับเช่าพระบริเวณสายใต้ใหม่ เพื่อสักการะองค์พ่อจตุคามรามเทพองค์เดิม
ครั้งนี้ไม่ใช่การไปขอเรื่องงานเหมือนวันแรก แต่เป็นการไปด้วยความรู้สึกขอบคุณ
เขานำดอกไม้ ธูป และพวงมาลัยไปถวาย พร้อมอธิษฐานให้ครอบครัวมีสุขภาพแข็งแรง และมีงานทำอย่างสุจริตต่อไป
สำหรับเขา องค์พ่อคือสิ่งยึดเหนี่ยวทางใจในวันที่มืดที่สุดของชีวิต
องค์พ่อจตุคามช่วย ศรัทธาอย่างมีสติ และลงมือเปลี่ยนชีวิต
เรื่องราวของนายสมยศทำให้หลายคนมองเห็นอีกมุมหนึ่งของคำว่า “ศรัทธา”
การอธิษฐานไม่ได้ทำให้งานเดินมาหาเขาเอง แต่หลังจากกลับบ้าน เขายังลงมือทำทุกอย่างที่ทำได้ และเมื่อโอกาสจากเพื่อนมาถึง เขาก็พร้อมรับมันไว้
ศรัทธาจึงเป็นกำลังใจ ส่วนการลงมือทำคือสิ่งที่ทำให้ชีวิตเดินต่อ
เรื่องเล่าที่หลายคนส่งต่อเกี่ยวกับองค์พ่อจตุคามรามเทพ
องค์พ่อจตุคามรามเทพเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่มีผู้ศรัทธาจำนวนมากในประเทศไทย โดยเฉพาะผู้ที่ขอพรเรื่องงาน การค้าขาย และความเป็นสิริมงคล
มีผู้คนจำนวนไม่น้อยที่แบ่งปันประสบการณ์ว่าหลังจากตั้งจิตอธิษฐานแล้ว ชีวิตมีโอกาสใหม่ ๆ เข้ามา แต่ประสบการณ์เหล่านี้เป็นความเชื่อและเรื่องเล่าส่วนบุคคล ซึ่งแต่ละคนอาจพบผลลัพธ์แตกต่างกัน
สำหรับนายสมยศ สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้เขาเลือกบูชาองค์พ่อด้วยความเคารพและความกตัญญู ไม่ใช่เพราะหวังร่ำรวย แต่เพราะจำวันที่ชีวิตหมดหนทาง และจำวันที่เขาได้เริ่มต้นใหม่อีกครั้ง
บทสรุป
จากชายวัย 36 ปี ที่ตกงาน ไม่มีเงินเลี้ยงลูกเมีย ต้องกลับบ้านเกิดเพราะหมดหนทาง วันนี้นายสมยศมีอาชีพ มีรายได้ และมีบ้านที่อบอุ่นสำหรับครอบครัว
เรื่องราวนี้ไม่ได้ยืนยันว่าการขอพรจะทำให้ทุกคนได้รับผลเหมือนกัน แต่สะท้อนว่าความหวังและกำลังใจสามารถเป็นจุดเริ่มต้นให้คนคนหนึ่งลุกขึ้นสู้ และเมื่อโอกาสมาถึง ก็พร้อมคว้ามันไว้ด้วยสองมือ
หมายเหตุ: บทความนี้เป็นการเล่าเรื่องจากประสบการณ์และความเชื่อส่วนบุคคลของนายสมยศเกี่ยวกับองค์พ่อจตุคามรามเทพ ซึ่งเป็นเรื่องราวด้านความศรัทธาและไม่ใช่การรับรองว่าผลลัพธ์เดียวกันจะเกิดขึ้นกับทุกคน


