สายน้ำจากภูเขาด้านหลังที่ไม่มีใครมองเหมือนเดิม
เช้าวันหนึ่งราวเก้าโมง บริเวณพื้นที่ส่วนบุคคลติดชายเขาริมอ่าวทะเลปิดแห่งหนึ่งในจังหวัดชุมพร เสียงเครื่องจักรกำลังทำงานสลับกับเสียงลมทะเลที่พัดเข้ามาเป็นพัก ๆ
ตอนแรกมันก็เป็นเพียงงานเจาะน้ำบาดาลธรรมดา
อย่างน้อยทุกคนก็คิดแบบนั้น
นายดิเรก อินอำนวย พร้อมลูกทีมอีกเจ็ดคนเดินทางเข้าพื้นที่ตั้งแต่เช้า หลังได้รับการว่าจ้างจากนายหัวเอ๋ให้เข้ามาขุดเจาะน้ำบาดาล เพื่อจัดหาน้ำสำหรับคนงานในพื้นที่
ไม่มีใครคาดคิดว่าสุดท้ายแล้ว เรื่องที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในวันนั้นจะไม่ใช่เรื่องงานเลย
น้ำบาดาลศักดิ์สิทธิ์ งานที่เริ่มจากความจำเป็นของคนในพื้นที่
พื้นที่ตรงนั้นค่อนข้างเงียบ
ด้านหลังเป็นภูเขาสูงทอดยาว ส่วนด้านหน้ามองออกไปเห็นอ่าวทะเลที่คลื่นแทบไม่กระเพื่อม
มีเพียงเสียงนก เสียงลม และเสียงเครื่องเจาะที่ทำหน้าที่ของมันไปเรื่อย ๆ
คนงานบางคนยืนคุยเรื่องอากาศ บางคนหยอกล้อกันตามประสาคนทำงานภาคสนาม
ทุกอย่างดูเป็นวันทำงานปกติ
กระทั่งน้ำใต้ดินเริ่มถูกสูบขึ้นมาตรวจสอบ
ตอนนั้นเองที่บรรยากาศเริ่มเปลี่ยนไปทีละนิด
ค่าน้ำที่ทำให้บทสนทนาเปลี่ยนเรื่อง
หลังจากตรวจวัดคุณภาพน้ำเบื้องต้น ทีมงานพบว่าน้ำจากชั้นใต้ดินแห่งนี้มีแร่ธาตุอยู่ในระดับค่อนข้างสูง
คนในทีมหลายคนมองหน้ากัน
ไม่ใช่เพราะตกใจ
แต่เพราะมันดีกว่าที่คาดไว้
ระหว่างที่ทุกคนกำลังพูดคุยถึงเรื่องคุณภาพน้ำ นายหัวเอ๋ก็เดินเข้ามานั่งใต้ร่มไม้ใกล้จุดทำงาน ก่อนจะเล่าเรื่องหนึ่งขึ้นมาแบบสบาย ๆ
เขาบอกว่าคนในตำบลเชื่อกันมานานแล้วว่า สายน้ำใต้ดินบริเวณนี้มีต้นกำเนิดจากแหล่งน้ำบนภูเขาด้านหลัง
ภูเขาที่หลายคนในพื้นที่ให้ความเคารพ
บางครอบครัวส่งต่อเรื่องเล่านี้กันมาหลายรุ่น
ตอนแรกหลายคนก็ฟังผ่าน ๆ
แต่พอเรื่องถูกเล่าต่อ ความสนใจกลับเพิ่มขึ้นอย่างประหลาด
เมื่อความเชื่อเริ่มเดินทางจากคนหนึ่งสู่อีกคน
นายหัวเอ๋เล่าว่า ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เขาเคยได้รับสิ่งดี ๆ หลายครั้งหลังเดินทางไปยังบริเวณต้นน้ำบนภูเขา
เขาไม่ได้พูดว่ามันเกี่ยวข้องกันโดยตรง
ไม่ได้ยืนยันอะไรทั้งนั้น
เพียงแค่เล่าประสบการณ์ที่ตัวเองจำได้
แต่แปลกตรงที่หลังจากนั้น คนรอบข้างเริ่มหยิบเรื่องของตัวเองขึ้นมาเล่าบ้าง
บางคนบอกว่าเคยผ่านพื้นที่นี้แล้วรู้สึกสบายใจอย่างบอกไม่ถูก
บางคนบอกว่าผู้ใหญ่ในบ้านก็เคยพูดถึงภูเขาลูกนี้เหมือนกัน
ยิ่งคุย เรื่องก็ยิ่งแตกแขนง
จนบางช่วงเหมือนทุกคนกำลังช่วยกันต่อจิ๊กซอว์ของเรื่องเดียวกัน
ทั้งที่ไม่มีใครรู้ว่าภาพสุดท้ายควรเป็นแบบไหน
น้ำบาดาลศักดิ์สิทธิ์ บางครั้งคนเราก็เชื่อ เพราะเห็นคนอื่นเชื่อ
มีนักจิตวิทยาหลายคนอธิบายว่า เมื่อคนในกลุ่มเริ่มเชื่อสิ่งใดสิ่งหนึ่งพร้อมกัน ความคิดของคนอื่นในกลุ่มก็มักได้รับอิทธิพลตามไปด้วย
วันนั้นก็คล้ายกัน
จากเรื่องน้ำบาดาล กลายเป็นเรื่องภูเขา
จากเรื่องภูเขา กลายเป็นเรื่องความเชื่อ
จากความเชื่อ กลายเป็นเรื่องราวที่แต่ละคนเริ่มหาความเชื่อมโยงด้วยตัวเอง
ผมเองอ่านเรื่องนี้แล้วก็อดคิดไม่ได้ว่า ถ้าตอนนั้นไม่มีใครพูดถึงสายน้ำศักดิ์สิทธิ์เลย ทุกคนจะยังมองน้ำบ่อเดิมด้วยสายตาแบบเดิมหรือเปล่า
ไม่รู้ว่าบังเอิญหรือเป็นเพราะธรรมชาติของมนุษย์
แต่บางครั้งเรื่องเล่าก็ทรงพลังกว่าข้อเท็จจริงที่อยู่ตรงหน้า
ช่วงเย็นก่อนแยกย้ายกลับบ้าน เครื่องเจาะถูกปิดลง เหลือเพียงเสียงลมทะเลกับเงาภูเขาที่ทอดยาวบนพื้นดิน
ไม่มีใครพูดถึงโชคหรือเรื่องลี้ลับอีกแล้ว
แต่หลายคนยังหันกลับไปมองภูเขาด้านหลังเป็นครั้งสุดท้าย
เหมือนกำลังพยายามหาคำตอบบางอย่างให้ตัวเอง
ส่วนคนที่ชอบติดตามเรื่องราวเกี่ยวกับเหตุบังเอิญ ความเชื่อ หรือผู้คนที่กำลังมีเรื่องดี ๆ เข้ามาในชีวิต ก็มักแวะเข้าไปดูที่หน้า /ตรวจผลสลาก/ อยู่เป็นระยะ ๆ เผื่อจะเจอเรื่องเล่าที่ทำให้ต้องหยุดคิดเหมือนกับสายน้ำใต้ดินในเช้าวันนั้น



