นางผ่องศรีรับสุนัขจรจากวัดด้วยความเมตตา ก่อนพบเหตุการณ์แปลกที่พาไปสู่โชคแบบไม่ตั้งใจ
นางผ่องศรี อายุราวหกสิบต้น ๆ เป็นคนในหมู่บ้านหนองหล่มที่ใครก็รู้จักกันดี
เธอเป็นคนใจอ่อน พูดจากรุ่มร้อนนิด ๆ ตามนิสัยคนบ้านทุ่ง แต่น้ำใจดีจนคนเรียกว่า “พี่ศรีใจบุญ”
ทุกเช้าวันเสาร์เวลาประมาณเจ็ดโมงกว่า ๆ เธอจะเดินถือปิ่นโตไปวัดท้ายหมู่บ้าน
วัดนี้เก่าแก่ แต่สวยในแบบบ้าน ๆ
ใต้ถุนศาลามีสุนัขจรหลายตัวอาศัยอยู่จนพระลูกวัดดูแลแทบไม่ทัน
หลวงพ่อเจ้าอาวาสเคยบอกเล่น ๆ ว่า
“สุนัขเขาเข้ามาหลบแดดหลบฝน แต่ที่พักมันก็คับแคบลงทุกปี”
วันหนึ่งหลังเสร็จจากถวายเพล นางผ่องศรีเดินผ่านศาลาเก่า
แล้วเห็น “ลูกสุนัขตัวเล็ก” นั่งตัวสั่นอยู่มุมหนึ่ง
สีขนออกน้ำตาลอ่อน ตากลมเหมือนกำลังลังเลว่าจะร้องดีไหม
หลวงพ่อเดินเข้ามาช้า ๆ พร้อมเสียงถอนใจเบา ๆ ว่า
“ศรีเอ๊ย ถ้าเอ็งไม่รังเกียจ รับตัวนี้ไปเลี้ยงเถิด
วัดมันคับเกินกว่าจะเลี้ยงไหวแล้ว ถือว่าเอาบุญไปด้วย”
คำว่า “เอาบุญ” ทำผ่องศรีนิ่งไปครู่หนึ่ง
เธอไม่เคยคิดว่าจะมีสุนัขเพิ่มในบ้าน
แต่สายตาของเจ้าตัวเล็กนั้นเหมือนกำลังขอให้ใครสักคนรับฟัง
ผ่องศรีเลยพูดช้า ๆ ว่า
“เอาก็เอาจ้ะหลวงพ่อ เดี๋ยวฉันเลี้ยงเอง จะได้ไม่เป็นภาระวัดอีก”
เธอตั้งชื่อให้มันว่า “เจ้าม่อน”
เพราะตอนพากลับบ้าน มันชอบมุดผ้าเหมือนตุ๊กแกในฤดูฝน
ตั้งแต่นั้นมันก็ติดเธอไม่ห่าง
เดินตามไปสวน เดินตามไปหน้าบ้าน
บางคืนยังนอนข้างเตียง ไม่ยอมไปไกล
เลี้ยงสุนัขจรจัดรับโชค วันที่เจ้าม่อนพาไปหยิบลอตเตอรี่โดยไม่ตั้งใจ และงวดแรกก็ให้โชค
วันพระถัดมา ผ่องศรีแวะไปวัดเหมือนเคย
คราวนี้มีเจ้าม่อนเดินจูงตามหลังใกล้ ๆ
พอถึงหน้าวัดก็มีแผงลอตเตอรี่เล็ก ๆ ขายอยู่
เจ้าม่อนเดินดมอยู่สักพักก่อนยกขาแตะลอตเตอรี่ชุดหนึ่ง
แม่ค้าแซวแบบสนุก ๆ ว่า
“หมานี่ตาดีเด้อป้า งวดนี้เอาใบนี้เลยนะ”
ผ่องศรีหัวเราะ ไม่คิดอะไร เลยหยิบตามที่มันแตะ
เพราะคิดว่า “ก็เอาบุญของมันละกัน”
ปรากฏว่า…
งวดนั้นผ่องศรีถูกรางวัลเล็ก ๆ จริง ๆ
ไม่มากแต่ทำให้ทั้งบ้านยิ้มกันทั้งวัน
เจ้าม่อนเองเหมือนจะรู้
เพราะมันเดินดีดหางไปมาเหมือนดีใจด้วย
ชาวบ้านเริ่มพูดกันว่า
“สุนัขจากวัดนี่…ตัวไหนได้คนใจบุญเลี้ยง มันให้โชคอยู่เด้อ”
ผ่องศรียังไม่คิดเชื่อเต็มใจ
แต่ความแปลกก็ค่อย ๆ เริ่ม
เลี้ยงสุนัขจรจัดรับโชค งวดที่สอง–สาม เหตุการณ์เริ่มชัดขึ้นเหมือนมีบางอย่างคอยชี้ทาง
หลังจากงวดแรก
ผ่องศรีไม่ได้ตั้งใจซื้อทุกงวด
แต่ซื้อเฉพาะวันที่เธอมีธุระไปวัดหรือวันพระใหญ่
ช่วงหนึ่งเธอสังเกตว่า
เจ้าม่อนมักไปนั่งอยู่ตรงเสาศาลาหลังเก่า
ตรงนั้นเป็นมุมที่หลวงพ่อบอกว่า
“เมื่อก่อนพระเก่ารูปหนึ่งชอบนั่งสวดมนต์อยู่เป็นประจำ”
บางคนเชื่อว่า “เสาเก่า ๆ” มักเก็บพลังบางอย่างไว้
ไม่ใช่ไสยศาสตร์ แต่เป็นความศรัทธาของคนรุ่นก่อน
งวดที่สอง
ผ่องศรีไม่ได้ให้เจ้าม่อนเลือก
แต่เธอเห็น ตัวเลขเหมือนจะเป็น 6 กับ 4
เขียนแผ่ว ๆ บนแผ่นไม้มุมศาลา
ตอนแสงแดดตอนสายสะท้อนเข้ามา
เธอไม่มั่นใจว่าจะใช่เลขจริงไหม
แต่ความรู้สึกในใจมันดันนิ่งเหมือนจะใช่
และงวดนั้น…
โดนอีก
ไม่ใช่รางวัลใหญ่
แต่ได้พอให้คนทั้งบ้านยิ้มออกแบบมีแรงทำงานต่อ
พอซื้อได้สองงวดติด
ชาวบ้านเลยเริ่มมานั่งคุยกับผ่องศรีใต้ต้นมะม่วงหลังบ้านว่า
“หมาจากวัดนี่เขามีบุญเก่าเนาะ
ถ้าเจอคนใจดี มันจะพาโชคมาเรื่อย ๆ”
ผ่านไปอีกงวด
เธอซื้อแบบไม่คิดอะไร
แค่เลือกเลขใกล้เคียงกับที่ฝันว่าเห็น
และงวดที่สาม…
ดันถูกอีก
ผ่องศรีนั่งเงียบไปเลย
ไม่ใช่เพราะดีใจจนพูดไม่ออก
แต่เพราะรู้สึกว่า “มันเริ่มเกินบังเอิญแล้ว”
คำบอกเล่าของหลวงพ่อที่ทำให้ผ่องศรีเข้าใจว่าบุญย้อนกลับมาได้ในรูปแบบที่คนคาดไม่ถึง
เย็นวันหนึ่งหลังฝนโปรย
ผ่องศรีพาเจ้าม่อนกลับไปวัดเพื่อเอาอาหารไปถวายพระ
หลวงพ่อเห็นเลยยิ้มบาง ๆ แล้วพูดว่า
“ศรีเอ๊ย…สัตว์ที่เขามาหลบวัด ถ้าเอ็งรับไปดูแลด้วยใจ
บุญของมันกับบุญของเอ็งจะคุ้มกัน
บางทีสิ่งที่ได้ตอบแทนมันไม่ใช่อาหาร
แต่เป็นโชคเล็ก ๆ น้อย ๆ ตามทางกรรมดีที่เอ็งสร้าง”
คำนี้ทำผ่องศรีนิ่งไปนาน
เพราะมันตรงกับสิ่งที่เธอรู้สึก
เหมือนโชคที่ได้ช่วงนี้…
ไม่ได้มาเพราะความโลภ
แต่มาจาก “การช่วยชีวิตเล็ก ๆ หนึ่งชีวิต”
หลวงพ่อยังพูดอีกว่า
“เวลาจะเลือกซื้ออะไร ให้ดูเท่าที่เห็น
แล้วถ้าจะลองตรวจย้อนหลังก็ไปดูที่หน้า
/ตรวจผลสลาก/
ดูของเก่าไว้เป็นทาง ไม่ต้องโลภ ขอให้ตั้งใจดีพอ”
คืนนั้นผ่องศรีกลับบ้าน
มองเจ้าม่อนที่นอนขดอยู่ปลายเตียง
แล้วอดยิ้มไม่ได้
เพราะเริ่มเข้าใจแล้วว่า
“บางโชค…มันมาในร่างที่คนคาดไม่ถึงจริง ๆ”
เรื่องของนางผ่องศรีกับสุนัขจรจากวัด ไม่ใช่แค่เรื่องเล่าธรรมดาของหญิงใจดีคนหนึ่ง แต่เป็นเหตุการณ์ที่ทำให้หลายคนในหมู่บ้านเชื่อว่าความเมตตาและการช่วยชีวิตเล็ก ๆ สามารถย้อนกลับมาเป็นโชคในแบบที่ไม่ต้องร้องขอ เธอถูกหวยสามงวดติดต่อกันแบบไม่ตั้งใจ และทุกงวดมีความเชื่อมโยงบางอย่างกับ “เจ้าม่อน” หรือกับศาลาเก่าในวัด
ใครอยากเทียบผลย้อนหลังหรือดูเลขที่เคยออกเพื่อประกอบการตัดสินใจ ก็สามารถดูได้ที่
/ตรวจผลสลาก/
ตามสไตล์ของตัวเอง เพราะบางครั้งโชคที่เดินมาหา…ก็เริ่มจากการยื่นมือให้สิ่งที่อ่อนแอกว่าเสมอ.



