เช้าวันธรรมดาที่ศาลารอรถเก่าซึ่งคนรุ่นก่อนยังจำได้ดี
เช้าวันพฤหัสบดีราว เจ็ดโมงกว่า ๆ อากาศยังไม่ร้อนนัก ถนนสายเล็กที่ตัดผ่านหมู่บ้านเงียบกว่าปกติ มีเพียงเสียงลมพัดใบไม้เบา ๆ กับเสียงรถจักรยานยนต์ของชายคนหนึ่งที่จอดพักข้างทาง
ศาลารอรถหลังนั้นดูเก่าไปตามกาลเวลา หลังคาสังกะสีบางแผ่นเริ่มงอ เสาไม้มีรอยผุพังจนเห็นได้ชัด หลายคนที่ผ่านไปผ่านมาแทบไม่ทันสังเกตแล้วว่าที่นี่เคยเป็นจุดสำคัญของหมู่บ้าน
คนเฒ่าคนแก่เล่าว่า เมื่อหลายสิบปีก่อน
ใครจะเข้าเมือง ต้องมารวมตัวกันตรงศาลานี้
บางคนมาหิ้วตะกร้าไปตลาด
บางคนมารอรถสองแถว
เด็ก ๆ ก็วิ่งเล่นกันแถวนี้
ตอนนั้นที่ตรงนี้เต็มไปด้วยเสียงพูดคุยและรอยยิ้ม
แต่ทุกวันนี้เหลือเพียงศาลาเก่ากับต้น ตะเคียนทองต้นใหญ่ ที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ราวกับเฝ้าความทรงจำของคนในหมู่บ้าน
เกษม ช่างโซลาร์เซลล์วัย 32 ที่แวะพักใต้ต้นไม้
ชายที่จอดรถในเช้าวันนั้นชื่อ เสม อายุประมาณ 32 ปี ทำงานเป็นช่างติดตั้งแผงโซล่าเซลล์และเดินระบบไฟจากพลังงานแสงอาทิตย์ครบวงจร
เช้าวันนั้นเขามีงานติดตั้งระบบไฟให้บ้านหลังหนึ่งที่อยู่ถัดเข้าไปในหมู่บ้าน
ก่อนจะไปถึงหน้างาน เขาแวะจอดรถพักใต้ต้นตะเคียนใหญ่ข้างศาลารอรถ เพราะแสงแดดเริ่มแรงขึ้นเล็กน้อย
เสมเล่าว่า ตอนที่ยืนมองลำต้นไม้ เขารู้สึกเหมือนมีบางอย่างสะดุดสายตา
“ตอนแรกผมนึกว่าเป็นรอยไม้ธรรมดา แต่พอมองดี ๆ มันเหมือนมีลายวนเป็นวงกลม”
เขาเดินเข้าไปใกล้ลำต้นมากขึ้น
ตรงผิวไม้มี รอยวงกลม ขนาดประมาณกำมือ
ลายไม้หมุนวนเป็นรูปคล้ายเลข 0
เสมยืนดูอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายรูปเก็บไว้
ตอนนั้นเขาบอกว่า
ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน แต่รู้สึกขนลุกเบา ๆ อย่างบอกไม่ถูก
เลขศูนย์ที่ต้นไม้ ชาวบ้านเริ่มพูดถึงรอยวงกลมที่เหมือนเลขศูนย์
ช่วงสายของวันเดียวกัน เสมนำภาพที่ถ่ายไว้ไปให้ ลุงคำ ชายสูงวัยในหมู่บ้านที่อายุเกือบ 70 ปี ดู
ลุงคำมองภาพอยู่นาน ก่อนจะเอ่ยขึ้นช้า ๆ
“ต้นนี้มันอยู่มาตั้งแต่ข้ายังเด็ก
แต่รอยแบบนี้ ข้าไม่เคยเห็น”
เขาเล่าว่า ต้นตะเคียนต้นนี้ยืนอยู่ตรงศาลามานานมาก บางคนบอกว่าอยู่มาก่อนที่ถนนจะตัดผ่านหมู่บ้านเสียอีก
ลุงคำเพ่งมองรูปอีกครั้ง แล้วพูดเบา ๆ
“มันเหมือนเลขศูนย์นะเอ็ง”
คำพูดนั้นทำให้คนที่ยืนฟังอยู่แถวนั้นเริ่มหันไปมองหน้ากัน
บางคนบอกว่าอาจเป็นลายไม้ธรรมดา
แต่บางคนก็เริ่มรู้สึกว่ามันเหมือนตัวเลขจริง ๆ
เหตุบังเอิญกับเวลาที่เสมมองนาฬิกา
สิ่งที่ทำให้เรื่องนี้ถูกพูดถึงมากขึ้น คือช่วงเวลาที่เสมถ่ายรูป
เขาเล่าว่า ตอนยกโทรศัพท์ขึ้นถ่ายนั้น เผลอเหลือบไปมองนาฬิกาบนหน้าจอพอดี
มันขึ้นเวลา 08:00 น.
เสมบอกว่า ตอนนั้นเขายังหัวเราะกับตัวเอง เพราะเลขศูนย์ขึ้นเรียงกันพอดี
“ผมไม่รู้ว่ามันบังเอิญหรืออะไร แต่พอมองรอยบนต้นไม้แล้วไปเห็นเวลาแบบนั้น มันรู้สึกแปลก ๆ จริง ๆ”
คำพูดนั้นทำให้หลายคนที่ฟังเรื่องนี้รู้สึกขนลุกเล็กน้อย
เลขศูนย์ที่ต้นไม้ ศาลาร้างกับความทรงจำที่ยังวนกลับมา
หลังจากข่าวเรื่องรอยวงกลมแพร่ไปในหมู่บ้าน คนบางส่วนเริ่มแวะมาดูต้นตะเคียนต้นนั้น
บางคนบอกว่าเพิ่งสังเกตรอยนี้ไม่นาน
บางคนก็ส่ายหน้า บอกว่าอาจมีมาตั้งนานแล้วแต่ไม่มีใครสังเกต
ไม่มีใครยืนยันได้แน่ชัด
ว่ารอยวงกลมบนต้นตะเคียนนั้น
เกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อไร
แต่สิ่งที่หลายคนพูดตรงกันคือ
ที่ตรงศาลารอรถแห่งนี้
เคยเป็นจุดเริ่มต้นของการเดินทางของคนในหมู่บ้าน
ผู้คนเคยมารวมตัวกันตรงนี้ทุกวัน
เหมือนชีวิตที่หมุนเวียนไปมา
และวงกลมบนลำต้นไม้
ก็ทำให้บางคนอดคิดไม่ได้ว่า
บางครั้งเรื่องราวในอดีต
อาจยังคง วนกลับมาให้เห็นอีกครั้ง
ไม่รู้จะเป็นเพียงลายไม้ธรรมดา
หรือสัญญาณบางอย่างที่ธรรมชาติสร้างขึ้น
แต่สำหรับคนที่ชอบสังเกตตัวเลข หลายคนก็บอกว่า
เลข 0 จากรอยวงกลมนั้นดูชัดเจนไม่น้อย
ส่วนใครจะตีความอย่างไร
คงแล้วแต่มุมมองของแต่ละคน
หากใครอยากติดตามตัวเลขหรือดูผลรางวัลล่าสุด สามารถตรวจสอบได้ที่หน้า
/ตรวจผลสลาก/



