จากไร่มันสำปะหลัง สู่เตาถ่านหน้าร้านเล็กที่คนไม่เคยลืม
กลิ่นกล้วยปิ้งหอมลอยมาตั้งแต่ยังเดินไม่ถึงหน้าร้าน
ร้านเล็ก ๆ ริมถนนย่านปากน้ำภาษีเจริญดูธรรมดา แต่กลับมีลูกค้าประจำแวะเวียนมาตลอด บางคนไม่ได้ซื้อทุกวัน แต่ถ้าผ่านก็ต้องหยุดทักป้าหงษ์สักคำเหมือนเป็นคนคุ้นเคย
ตอนแรกก็คิดว่าเป็นเพราะรสชาติ
แต่พอนั่งคุยนานขึ้น เรื่องที่ป้าเล่ากลับทำให้หลายคนเงียบไปพักหนึ่ง
ไม่รู้ว่าบังเอิญหรือเปล่า…แต่ฟังแล้วก็ชวนคิดอยู่เหมือนกัน
บ้านเกิดที่ร้อยเอ็ด กับวันที่ชีวิตยังไม่รู้จะไปทางไหน
ป้าหงษ์เล่าว่า ตัวเองเกิดและโตที่จังหวัดร้อยเอ็ด อยู่กับแม่ที่เลี้ยงลูกเพียงลำพัง ชีวิตในตอนนั้นคือการช่วยกันทำไร่มันสำปะหลัง รายได้แต่ละปีก็ขึ้นอยู่กับดินฟ้าอากาศ
บางปีพอกิน
บางปีก็ต้องยืมกันข้ามฤดู
พอป้าอายุได้ประมาณ 14 ปี แม่กลับตัดสินใจครั้งใหญ่ ย้ายจากบ้านเกิดเข้ามาปักหลักที่ปากน้ำภาษีเจริญ ทั้งที่แทบไม่มีใครรู้จัก
หลายคนถามว่าทำไมถึงเลือกที่นี่
แม่ไม่เคยอธิบายยาว
แค่บอกสั้น ๆ ว่า “มันเหมือนมีคนเรียกให้มา”
หลวงพ่อสดนำพา ความฝันคืนหนึ่งที่กลายเป็นจุดเริ่มต้นของอาชีพ
หลังย้ายมาได้ไม่นาน แม่ของป้าเล่าว่าฝันเห็นหลวงพ่อสด
ตื่นเช้ามาก็ยังจำภาพในฝันได้ชัด ทั้งที่ปกติเป็นคนไม่ค่อยฝันอะไร
แม่เชื่อว่านั่นคือแรงดลใจบางอย่าง จึงตั้งใจเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่ปากน้ำภาษีเจริญอย่างจริงจัง
ไม่นานหลังจากนั้น แม่ก็ถูกรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาลรางวัลที่ 3
เงินหลักหมื่นในยุคนั้นถือว่าไม่น้อยเลย
แทนที่จะนำไปใช้ฟุ่มเฟือย แม่กลับเลือกซื้อเตาถ่าน อุปกรณ์ และวัตถุดิบสำหรับขายกล้วยปิ้ง
ร้านเล็ก ๆ จึงถือกำเนิดขึ้นจากเงินก้อนนั้น
ป้าหงษ์หัวเราะเบา ๆ ก่อนบอกว่า ทุกวันนี้ยังใช้วิธีปิ้งแบบเดิม เพราะรู้สึกว่าเตาถ่านให้กลิ่นที่ลูกค้าจำได้
เรื่องเล่าที่ทำให้ลูกค้าหลายคนเริ่มมองกันคนละแบบ
พอข่าวเรื่องความฝันและจุดเริ่มต้นของร้านค่อย ๆ ถูกเล่าปากต่อปาก ลูกค้าหลายคนก็เริ่มแวะมาถาม
บางคนเดินไปไหว้ก่อนกลับ
บางคนขอแค่ฟังเรื่องเดิมซ้ำอีกรอบ
ที่แปลกคือ หลายคนบอกว่าตั้งแต่รู้เรื่องนี้ เวลาผ่านหน้าร้านก็รู้สึกไม่เหมือนเดิม
เหมือนร้านกล้วยปิ้งธรรมดา กลายเป็นสถานที่ที่มีความหมายบางอย่าง
จะเรียกว่าอุปทานหมู่ก็ได้
หรือจะเป็นเพราะเรื่องเล่าที่ทำให้คนคล้อยตามก็ได้เหมือนกัน
ไม่มีใครยืนยันได้
แต่บรรยากาศเวลาคนยืนฟังป้าเล่า มักเงียบกว่าปกติทุกครั้ง
หลวงพ่อสดนำพา สุดท้ายแล้วอาจไม่ใช่ความฝันที่เปลี่ยนชีวิต แต่คือการกล้าลงมือทำ
มีลูกค้าคนหนึ่งเคยพูดไว้ว่า
“บางทีคนเราก็ต้องมีอะไรสักอย่างให้เชื่อ ถึงจะกล้าเริ่ม”
ประโยคนั้นทำให้หลายคนหันไปมองเตาถ่านที่ยังคงมีควันบาง ๆ ลอยขึ้นเหมือนทุกวัน
ไม่มีใครรู้ว่าความฝันของแม่ป้าหงษ์คือเหตุบังเอิญ หรือเป็นแรงผลักดันจริง ๆ
แต่สิ่งที่เห็นได้ชัดคือ ร้านกล้วยปิ้งเล็ก ๆ แห่งนี้ยังคงต้อนรับผู้คนเหมือนเดิม และเรื่องราวก็ยังถูกเล่าต่อจากรุ่นหนึ่งไปสู่อีกรุ่นหนึ่ง
หากกำลังติดตามเรื่องราวเกี่ยวกับสลากกินแบ่งรัฐบาล หรืออยากเช็กผลในแต่ละงวด สามารถเข้าไปที่หน้า /ตรวจผลสลาก/ หรืออ่านเรื่องราวของ จับตาคนถูกหวยงวดนี้ ที่ยังมีเรื่องเล่าน่าสนใจจากหลายพื้นที่ให้ติดตาม
และทุกครั้งที่ควันจากเตาถ่านลอยขึ้น ป้าหงษ์ก็ยังคงยิ้มเหมือนเดิม ราวกับกำลังเฝ้าดูความทรงจำของแม่ ที่ไม่เคยจางหายไปจากร้านเล็ก ๆ แห่งนี้



