จากเงินแค่ 500 บาท สู่เรื่องที่ทั้งตำบลยังคงเชื่อว่าเป็น วาสนา ของสองผัวเมีย
“ตอนแรกก็ไม่ได้คิดอะไร…”
ประโยคนี้เป็นคำพูดแรกของนายประพลที่หลายคนในตลาดยังจำได้ เมื่อมีคนถามถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นหลังจากเขาและนางบุษรา เจ้าของร้านไข่เค็มบ่มพิเศษ เดินทางไปกราบไหว้ไอ้ไข่ วัดเจดีย์
เช้าวันนั้นเวลาประมาณสิบโมง อากาศค่อนข้างร้อน แต่ลมยังพัดเอื่อย ๆ ผู้คนทยอยเข้ามากราบไหว้ไม่ขาดสาย เสียงประทัดดังเป็นระยะ กลิ่นควันลอยปะปนกับกลิ่นธูปจนกลายเป็นบรรยากาศที่หลายคนบอกว่า ถ้าได้มาสักครั้งก็จะจำได้
นายประพลกับนางบุษราไม่ได้ตั้งใจมาขอโชคลาภเป็นหลัก ทั้งคู่เพียงอยากขอให้กิจการกลับมาดีขึ้น หลังยอดขายช่วงก่อนหน้านั้นเงียบกว่าที่เคย เงินหมุนเริ่มฝืด จึงตั้งใจมาขอพรด้วยความหวังธรรมดาของคนทำมาหากิน
วาสนา500บาท เช้าวันนั้นไม่มีใครคิดว่าจะมีคนหยุดมองหางประทัด
หลังจุดประทัดถวายเสร็จ ทุกอย่างเหมือนจะจบลงตามปกติ
แต่จู่ ๆ มีคนเดินเข้าไปมองหางประทัด แล้วเรียกคนข้าง ๆ ให้ดู บางคนหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายภาพ บางคนซูมดูอยู่พักใหญ่ ราวกับกำลังกลัวว่าจะมองผิด
นายประพลยืนมองอยู่ห่าง ๆ ก่อนจะหัวเราะเบา ๆ แล้วพูดว่า
“ไม่รู้ว่าบังเอิญหรือเปล่า”
เขาเองไม่ใช่คนที่วิ่งตามทุกกระแสความเชื่อ แต่ก็ยอมรับว่าบรรยากาศตรงนั้นทำให้รู้สึกคล้อยตามอย่างประหลาด เหมือนเมื่อเห็นหลายคนเริ่มสนใจ เราก็อดหันกลับไปมองอีกครั้งไม่ได้
บางที…อาจเป็นสิ่งที่หลายคนเรียกว่าอุปทานหมู่ก็ได้
ความลังเลเล็ก ๆ กลายเป็นการตัดสินใจครั้งเดียว
เงินในกระเป๋าวันนั้นมีอยู่ไม่มาก
นายประพลหยิบธนบัตร 500 บาทที่ตั้งใจเผื่อไว้เป็นค่าใช้จ่ายระหว่างเดินทาง ก่อนตัดสินใจนำไปซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลไว้ไม่กี่ใบ
ไม่ได้ซื้อเพราะมั่นใจว่าจะถูกรางวัล
ไม่ได้ซื้อเพราะเชื่อร้อยเปอร์เซ็นต์
แต่ซื้อเพราะความรู้สึกที่อธิบายไม่ถูก เหมือนอยากเก็บเหตุการณ์ในวันนั้นไว้เป็นความทรงจำอีกแบบหนึ่ง
นางบุษราบอกว่า ตอนเดินกลับยังแซวสามีว่า ถ้าไม่ถูกก็ถือว่าได้ทำบุญ ได้เที่ยว ได้ไหว้พระ แค่นั้นก็คุ้มแล้ว
ทั้งคู่หัวเราะกันเอง ก่อนกลับไปเปิดร้านไข่เค็มเหมือนทุกวัน
เมื่อผลประกาศออก ทุกคนเริ่มย้อนนึกถึงเช้าวันนั้น
หลายวันผ่านไป ผลการออกรางวัลถูกประกาศ
สลากบางใบของนายประพลตรงกับผลรางวัล ทำให้ได้รับเงินจำนวนหนึ่ง แม้จะไม่ใช่เงินก้อนใหญ่ระดับเปลี่ยนชีวิตในทันที แต่ก็มากพอสำหรับซ่อมอุปกรณ์ในร้าน ซื้อวัตถุดิบเพิ่ม และขยายการผลิตไข่เค็มบ่มพิเศษที่ทั้งคู่ตั้งใจทำมาหลายปี
เรื่องนี้ค่อย ๆ ถูกเล่าปากต่อปาก
คนที่เคยอยู่ในเหตุการณ์เริ่มนึกถึงช่วงเวลาที่ทุกคนยืนล้อมหางประทัด บางคนบอกว่าจำได้แม้กระทั่งเสียงเด็กที่วิ่งเล่นอยู่แถวนั้น หรือเสียงลมที่พัดจนเศษกระดาษปลิวผ่านหน้า
พอมานั่งนึกอีกที…
หลายคนยอมรับว่าขนลุกอยู่เหมือนกัน ทั้งที่ก็อธิบายไม่ได้ว่าขนลุกเพราะอะไร
วาสนา500บาท บางครั้งสิ่งที่เปลี่ยนชีวิต อาจไม่ใช่โชคเพียงอย่างเดียว
นางบุษราย้ำอยู่หลายครั้งว่า สิ่งที่ทำให้ร้านเดินต่อได้จริง ๆ ไม่ใช่เงินรางวัลเพียงอย่างเดียว
แต่เป็นโอกาสที่ทำให้ทั้งคู่มีแรงฮึดอีกครั้ง
ทุกเช้ายังต้องตื่นมาบ่มไข่ คัดไข่ แพ็กของ ส่งลูกค้าเหมือนเดิม ไม่มีทางลัด ไม่มีปาฏิหาริย์ที่ทำให้ชีวิตสบายโดยไม่ลงมือทำ
ส่วนเรื่องความเชื่อ…
ทั้งคู่เลือกเก็บไว้เป็นกำลังใจมากกว่าจะยืนยันว่ามันจริงหรือไม่จริง
เพราะสุดท้ายแล้ว คนเรามักเลือกจำเหตุการณ์ที่ทำให้มีความหวัง และบางครั้งความหวังเล็ก ๆ ก็มีค่ามากกว่าที่คิด
ทุกวันนี้หน้าร้านไข่เค็มบ่มพิเศษยังเปิดตามปกติ มีลูกค้าแวะเวียนมาเหมือนเดิม แต่ถ้าใครถามถึงเงิน 500 บาทในวันนั้น นายประพลมักเพียงยิ้ม แล้วมองออกไปนอกร้าน ก่อนตอบสั้น ๆ ว่า
“บางเรื่อง…เก็บไว้เป็นความทรงจำก็ดีแล้ว”
สำหรับผู้ที่ติดตามข่าวสารเกี่ยวกับการออกรางวัลหรืออยากย้อนดูข้อมูลในแต่ละงวด สามารถเข้าไปที่หน้า ตรวจผลสลาก หรืออ่านเรื่องราวของ ผู้ที่ได้รับรางวัลในงวดล่าสุด เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการติดตามข่าวสาร ทั้งนี้ เรื่องราวข้างต้นเป็นการเล่าในมุมของความเชื่อและประสบการณ์ส่วนบุคคล ผลการออกรางวัลเป็นเรื่องของความน่าจะเป็น และไม่มีวิธีใดที่สามารถรับประกันการถูกรางวัลได้



