Table of Contents
Toggleพ่อค้าขายมุ้งนนทบุรี กับวันที่โชคชะตาเลือกเขา
เช้าวันหนึ่งในจังหวัดนนทบุรี ชายคนหนึ่งยังคงขี่รถกระบะเก่า ๆ ตระเวนขายมุ้ง ผ้าเมตร และของใช้จิปาถะตามตลาดนัดและชุมชนเหมือนทุกวัน
เขาชื่อว่า บังบัญทู
หลายคนในละแวกนั้นคุ้นหน้า คุ้นเสียง เพราะบังเป็นคนขยัน ไม่เกี่ยงงาน ไม่เคยบ่นว่าเหนื่อย
แดดร้อน ฝนตก ตลาดเงียบ หรือของขายช้า บังก็ยังยิ้ม และพูดประโยคเดิมกับลูกค้าเสมอว่า
“ไม่เป็นไร เดี๋ยวพรุ่งนี้ก็ขายได้”
บังบัญทูเป็นคนเชื้อสายอินเดีย พ่อแม่ยึดถือศาสนาพราหมณ์–ฮินดู และสำหรับเขา พระศิวะคือเทพสูงสุดเหนือทุกสิ่ง
ก่อนออกขายของทุกเช้า บังจะไหว้รูปเคารพเล็ก ๆ ที่แขวนไว้หน้ารถเสมอ
ไม่ใช่เพื่อขอรวย
แต่ขอให้ขายได้พอเลี้ยงครอบครัว
พ่อค้ามุ้งโชคดีถูกหวย ชีวิตที่ขยัน แต่ฝันยังอยู่ไกล
แม้จะทำงานหนักเพียงใด ชีวิตของบังก็ยังห่างไกลจากคำว่า “มั่นคง”
เขาไม่มีที่ดิน
ไม่มีบ้านเป็นของตัวเอง
และไม่มีสวนอย่างที่เคยฝันไว้
บังเคยพูดกับคนใกล้ตัวว่า
“อยากมีสวนทุเรียนสักผืน ปลูกเอง ดูมันโตไปทีละปี”
ภรรยาของบังเป็นคนไทยแท้
เธอเคยช่วยพ่อแม่ทำสวนทุเรียนมาก่อน แม้จะไม่ใช่สวนใหญ่ แต่ก็รู้จักต้นไม้ รู้จักดิน และรู้ว่าการปลูกต้องใช้เวลา
เธอเข้าใจความฝันของสามีดี
แต่ก็เข้าใจความจริงไม่แพ้กัน
รายได้จากการขายมุ้งและผ้าเร่
แค่พออยู่
แค่พอกิน
และพอเลี้ยงลูกให้เรียนหนังสือ
ฝันเรื่องสวนทุเรียน จึงถูกเก็บไว้เงียบ ๆ ในใจ
วันเกิดเมีย กับการชวนไปทำบุญ
ช่วงสายของวันหนึ่ง เป็นวันเกิดของภรรยาบัง
เธอชวนสามีไปทำบุญที่วัดใกล้บ้าน บังตอบตกลงทันที
บังบอกภายหลังว่า วันนั้นรู้สึกใจสงบแปลก ๆ
ไม่รู้ว่าเพราะเป็นวันเกิดเมีย
หรือเพราะตอนกราบพระ เขารู้สึกเหมือนตัวเองวางอะไรหนัก ๆ ลงจากใจได้ชั่วคราว
หลังทำบุญเสร็จ บังพาภรรยาไปกินข้าวที่ร้านอาหารริมแม่น้ำ
ร้านไม่หรู
แต่อาหารเรียบง่าย และลมเย็น
ระหว่างนั่งกินข้าว
มีแม่ค้าสลากกินแบ่งรัฐบาลคนหนึ่งเดินเข้ามาเสนอขายหวย
เลขที่เหมือนมีอะไรดลใจ
ตอนแรกบังไม่ได้คิดจะซื้อ
แต่ภรรยาหันมาพูดเล่น ๆ ว่า
“วันนี้วันเกิด ลองซื้อดูไหม”
บังหยิบสลากขึ้นมาดูอยู่พักหนึ่ง
สายตาไปหยุดที่เลขปีพุทธศักราชเกิดของภรรยา
บังบอกว่า ตอนนั้นไม่ได้คิดอะไรซับซ้อน
แค่รู้สึกว่าเลขมันดูคุ้น
เหมือนควรซื้อ
เหมือนมีใครผลักเบา ๆ จากข้างหลัง
เขาซื้อไว้เพียงชุดเดียว
แล้วก็เก็บใส่กระเป๋าเสื้อเหมือนสลากทุกงวดที่ผ่านมา
วันที่ผลออก กับความไม่เชื่อของตัวเอง
วันประกาศผลสลากกินแบ่งรัฐบาลมาถึง
บังไม่ได้เฝ้ารอ
ไม่ได้เปิดทีวี
ไม่ได้เช็กทันที
เขามารู้ผลตอนเย็น หลังจากกลับจากขายของ
ภรรยาเป็นคนหยิบสลากออกมาดู
ตอนที่ตัวเลขตรงกันครบ
ทั้งสองคนเงียบไปพักหนึ่ง
บังเล่าว่า ตอนนั้นหัวมันว่าง
ใจมันโล่ง
และขนลุกโดยไม่รู้ตัว
เขาเช็กซ้ำหลายรอบ
เทียบจากหลายแหล่ง
ก่อนจะยอมรับความจริงว่า
เขาถูกรางวัลที่ 1 ของสลากกินแบ่งรัฐบาลไทย
หลายคนในบ้านยังต้องเข้าไปที่หน้า /ตรวจผลสลาก/ เพื่อดูตัวเลขยืนยันกันอีกครั้ง เพราะไม่มีใครเชื่อในตอนแรก
พ่อค้ามุ้งโชคดีถูกหวย จากพ่อค้าเร่ สู่เศรษฐีใหม่ในคืนเดียว
ข่าวแพร่ออกไปเร็ว
เพื่อนบ้าน
พ่อค้าแม่ค้าในตลาด
คนที่เคยซื้อผ้าจากบัง
ทุกคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า
“คนนี้สมควรได้”
บังไม่ฟุ่มเฟือย
ไม่ออกรถหรู
ไม่เปลี่ยนตัวเอง
สิ่งแรกที่เขาทำ คือซื้อบ้านพร้อมที่ดิน
เป็นพื้นที่พอเหมาะสำหรับเริ่มต้นสวนทุเรียนตามความฝัน
เขาบอกว่า ไม่ได้คิดจะทำให้ใหญ่
แค่อยากปลูก
อยากดูมันโต
และอยากให้ลูกได้เห็นว่าความพยายามไม่สูญเปล่าเสมอไป
เหมือนฝัน หรือแค่จังหวะชีวิต
เมื่อมีคนถามว่าคิดว่าสิ่งที่เกิดขึ้นคืออะไร
โชค
บุญ
หรือเทพเจ้าที่ศรัทธา
บังตอบเรียบ ๆ ว่า
“ผมไม่รู้หรอก ว่ามันคืออะไร”
“ผมแค่คิดว่า บางทีคนเราอาจไม่ได้ขาดความพยายาม
แค่มันยังไม่ถึงจังหวะ”
“แล้ววันนั้น จังหวะมันมาถึงพอดี”
สรุปว่า
เรื่องของบังบัญทู อาจไม่ใช่เรื่องของปาฏิหาริย์สำหรับทุกคน
แต่สำหรับหลายคน มันคือเครื่องย้ำเตือนว่า
ในชีวิตที่ขยันและซื่อสัตย์ บางทีสิ่งที่เรารอ อาจกำลังเดินมาหาเราอยู่เงียบ ๆ โดยที่เราไม่รู้ตัว
และถ้าวันหนึ่งจังหวะนั้นมาถึง
ขอแค่เราอยู่ตรงนั้นพอดี
ก็อาจเปลี่ยนชีวิตได้ทั้งชีวิตเหมือนกัน



