ฝูงนกให้เลขฝูงนกให้เลข

ปรากฏการณ์เช้าตรู่ นกนับสิบบินวนเป็นรูปเลขกลางท้องฟ้าเหนือทุ่งหนองสว่าง

ยามเช้าของวันธรรมดาที่เงียบสงบกลับกลายเป็นเรื่องพูดต่อทั้งหมู่บ้าน เมื่อชาวบ้านตำบลหนองสว่างหลายคนเห็น “ฝูงนกกว่าห้าสิบตัว” บินวนเหนือทุ่งนากลางหมู่บ้านเป็นรูปโค้งประหลาด คล้ายตัวเลขจนคนที่เห็นต้องหยุดขยับมือที่กำลังหยอดอาหารไก่ แล้วมองขึ้นฟ้าแบบตาค้างไปหลายวินาที

เรื่องทั้งหมดเริ่มจากลุงคนหนึ่งชื่อ “ลุงเพียร” ซึ่งเป็นคนตื่นเช้ามานานหลายปี เขากำลังเดินออกไปดูน้ำที่นาข้างบ้าน พอเงยหน้าไปเห็นภาพนั้นตรง ๆ จึงยืนแข็งนิ่งอยู่กับที่ ก่อนเรียกเด็กแถวนั้นให้มาดูด้วยเสียงที่สั่นเล็กน้อยแต่ยังคุมอารมณ์อยู่

“เอ็ง…ขึ้นมาดูนี้หน่อย มันไม่เหมือนเดิมนะ ไม่เคยเห็นแบบนี้มาก่อนเลย”
เขาพูดคำแรกแบบที่ดูเหมือนยังไม่มั่นใจว่าตัวเองกำลังเห็นจริงหรือกำลังตาฝาด
แต่เด็กสองสามคนที่วิ่งเข้ามาเห็นก็ยืนอ้าปากค้างตามกัน ทั้งที่ยังถือปิ่นโตของแม่อยู่ในมือ

ฝูงนกกำลังบินวนเป็นวงรี ก่อนจะค่อย ๆ ทอดตัวเป็นเส้นโค้งเหมือนมีคนวาดบนผืนลมให้พวกมันบินตาม
เส้นโค้งนั้นค่อย ๆ ต่อกันจนคล้าย “เลข 9 เอียง ๆ”

บางคนเห็นเป็น 6
บางคนว่าเป็น 19
แต่ถ้าใครยืนด้านทิศเหนือจะเห็นเป็นคล้าย 90

ความประหลาดไม่ใช่แค่รูปทรง แต่คือ
ฝูงนก “บินเป็นจังหวะเดียวกัน” ไม่มีตัวไหนหลุดวง ไม่มีตัวไหนแตกฝูงออกมาเหมือนที่ควรเป็นตามธรรมชาติ

ชาวบ้านยืนดูนานจนกระทั่งวงนกค่อย ๆ แตกตัวแล้วบินหายไปทางป่าละเมาะหลังวัดเก่า เหตุการณ์ทั้งหมดกินเวลาแค่สี่ถึงห้านาที แต่กลับทำให้คนดูเงียบจนได้ยินเสียงลมหายใจตัวเอง

ฝูงนกให้เลข ผู้เฒ่าในหมู่บ้านเล่าความหลัง

ฝูงนกให้เลข ผู้เฒ่าในหมู่บ้านเล่าความหลัง – เคยเกิดครั้งหนึ่งเมื่อสมัยน้ำท่วมใหญ่

หลังเหตุการณ์ผ่านไปไม่นาน เสียงเล่าก็เริ่มดังขึ้นในศาลาวัดบ้านหนองสว่าง
ผู้เฒ่าคนหนึ่งชื่อ “ตาเจือ” ซึ่งอายุเกือบแปดสิบปีนั่งมองไปไกล ๆ แล้วพูดเบา ๆ ว่า

“ของแบบนี้…มันเคยมีเมื่อก่อนนะ เมื่อสมัยน้ำท่วมปีสองห้าสามสอง ข้าเห็นนกมันบินวนแบบคล้ายเลขเหมือนกัน แต่ตอนนั้นไม่มีใครถ่ายทัน หายไปกับฟ้าเหมือนไม่ได้เกิดขึ้นจริง”

ทุกคนหันไปฟังตาเจือแบบพร้อมกันเองเหมือนถูกดึงจังหวะให้เงียบ
ตายังคงเล่าช้า ๆ ด้วยน้ำเสียงมั่นคงแบบผู้ผ่านอะไรมามาก

“เมื่อก่อน เขาว่าถ้านกมันบินเป็นวงแบบนี้ มันคือ ‘ลางธรรมชาติ’ บางทีก็เป็นข่าวดี บางทีเป็นเรื่องเตือนใจ แต่ส่วนใหญ่…มันให้คนในหมู่บ้านสังเกตตัวเลขที่มันทำ เพราะเขาว่าเป็น ‘เลขฟ้า’ ที่ใครบางคนอยากให้เห็น”

คำว่า “เลขฟ้า” ทำให้คนฟังรู้สึกขนลุกแบบไม่รู้ตัว เพราะเป็นคำที่ไม่ค่อยได้ยินแล้วในยุคนี้
ตาเจือเล่าต่อว่าครั้งก่อนที่เขาเห็น เหมือนเป็นเลขสามหลัก เขาจำได้ลาง ๆ ว่า
9
0
กับ
อีกขีดหนึ่งที่ต่อท้าย แต่ความจำไม่ชัดเพราะตอนนั้นฝนตกหนัก

กำลังเล่ากันอยู่แบบไม่ตั้งใจเสียงเด็กวัดที่ถือมือถืออยู่ก็พูดขึ้นว่า
“ตา…เลขวันนี้มันคล้ายของตาเล่าเลยนะ”
ผู้เฒ่านิ่งไปพักหนึ่ง ก่อนตอบช้า ๆ ว่า
“เลขมันก็ไปทางของมันเองแหละ เอ็งอย่าไปฝืนตี มันจะไหลเข้ามาในหัวเอ็งเองตอนใจมันนิ่ง”

คนฟังวิตกนิด ๆ แต่ก็มีความเชื่อปนสงสัยแบบที่คนในหมู่บ้านชอบกันนัก

คนในหมู่บ้านแห่กันมาดูคลิป – แต่ละมุมเห็นเลขไม่เหมือนกันเลยสักคน

หลังเหตุการณ์ แถบนี้ซึ่งปกติจะค่อนข้างเงียบ กลับคึกคักตั้งแต่เจ็ดโมงเช้า
เด็กวัดเปิดคลิปจากมือถือให้ชาวบ้านดูหน้าศาลา บางคนขยับแว่น
บางคนเพ่งตาจนหน้าเกือบติดจอ
แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือ ทุกคนเห็น “ไม่เหมือนกัน”

หญิงวัยกลางคนพูดว่า
“ฉันเห็นเป็นเลข 90 เลยนะ ดูสิ เส้นมันโค้งแบบนี้แหละ”

อีกคนที่ยืนอีกมุมกลับบอกว่า
“ของฉันเห็นเป็น 19 ว่ะ ไม่เหมือนของแกเลย”

ส่วนคนแก่บางคนกลับยืนกอดอกนิ่ง ๆ แล้วพูดคำสั้น ๆ ว่า
“เห็นเป็นเลขเดียวก็ถือว่าโชคดีแล้ว บางคนเห็นไม่ทันด้วยซ้ำ”

เสียงถกกันไปมาแต่ไม่มีใครทะเลาะ
เพราะในหมู่บ้านนี้ เวลามีเรื่องแปลกแบบเกี่ยวกับธรรมชาติ
เขาจะเชื่อกันอยู่ลึก ๆ ว่า “ใครเห็นยังไง ก็แล้วแต่วาสนา”
มันไม่ใช่เรื่องใครถูกใครผิด
แต่มันคือเรื่อง “เหมือนจะให้แต่ละคนเห็นไม่เหมือนกัน”

ผู้เฒ่าเลยพูดหมัดปิดในตอนนั้นว่า
“ของฟ้านะ เขาไม่ให้เหมือนกันหรอก เห็นต่างคือเรื่องปกติ แต่ให้ดูไว้เป็นแนว…อย่าไปยึดมันจนเกินไป”

บางคนฟังแล้วก็พยักหน้าเบา ๆ เหมือนยอมรับในใจว่าเหตุการณ์คืนนั้นอาจจะไม่ได้เกิดให้ตีแบบชัด ๆ
แต่มันเป็นเหมือนลายแทงให้ไปสืบต่อกันเองมากกว่า

ฝูงนกให้เลข เมื่อเหตุการณ์แพร่ไปถึงหมู่บ้านใกล้เคียง คนเริ่มสอบถามเลขและเชื่อมโยงเหตุการณ์

ช่วงสาย ๆ ข่าวเริ่มกระจายไปยังหมู่บ้านใกล้เคียง คนที่ขับรถผ่านเห็นชาวบ้านรวมตัวกันก็ถามกันต่อแบบปากต่อปาก
บางคนโทรหาญาติ
บางคนส่งคลิปในไลน์กลุ่มครอบครัว
จนเรื่องที่นกบินเป็นรูปเลขแพร่ไปเร็วกว่าไฟลามในหน้าเฟซ

มีคนมาถามลุงเพียรว่า
“ลุงเห็นด้วยตาใช่ไหม เลขมันเป็นแบบไหนกันแน่?”

ลุงเพียรตอบแบบไม่ฟันธงว่า
“ข้าก็เห็นเหมือนเอ็งนั่นแหละ มันโค้งตรงปลายคล้ายเลข 9 แต่ถ้าให้ข้าพูดให้แน่ ๆ เลย…ข้าก็ไม่กล้าหรอก เพราะมันเป็นของที่ไม่ใช่เราทำให้เป็น”

นั่นยิ่งทำให้คนสนใจมากขึ้น
เพราะคำพูดแบบไม่ยืนยันเลยทำให้เหตุการณ์นี้ดู “จริง” ขึ้น
คล้ายเหตุการณ์ที่ธรรมชาติเป็นคนตั้งใจแสดงโดยไม่มีมนุษย์เกี่ยวข้องแม้แต่นิดเดียว

และอย่างที่คาดไว้ พอถึงสายแก่ ๆ หลายคนเริ่มพูดว่า
“เดี๋ยวไปดูผลเก่า ๆ หน่อย เผื่อมันจะเกี่ยวกับงวดก่อนหน้า”
บางคนหยิบมือถือขึ้นแล้วพิมพ์เข้าไปที่หน้า
/ตรวจผลสลาก/
เพื่อดูจังหวะตัวเลขแบบไม่ประเจิดประเจ้อ
เพราะกลัวว่าจะไปใช้เลขที่ตัวเองเห็น “ผิดทิศ”

ผู้เฒ่าคนเดิมนั่งมองเหตุการณ์ทั้งหมดแบบสงบ
ก่อนจะพูดช้า ๆ ว่า
“เห็นอะไรก็เอาไปเทียบดูอย่าโลภ อะไรที่เห็นด้วยใจมันคมกว่าตาเสมอ”

เมื่อเหตุการณ์แพร่ไปถึงหมู่บ้านใกล้เคียง

ฝูงนกให้เลข ความมหัศจรรย์ของฝูงนกที่อาจมาเตือน หรืออาจมาให้ดูเฉย ๆ ตามวิถีโบราณ

ค่ำวันนั้น หลังเรื่องบานปลายไปทั้งหมู่บ้าน
ลุงเพียรเดินกลับไปดูทุ่งนาจุดเดิมที่เห็นนกบินตอนเช้า
ลมพัดเอื่อย ๆ แบบไม่แรง
แสงเย็นส่องลงบนต้นข้าวสีเขียวอ่อน
เขายืนมองท้องฟ้าแล้วถอนหายใจเบา ๆ

“ไม่รู้เหตุการณ์มันจะให้หรือไม่ให้ แต่เช้าตรู่วันนี้มันไม่ธรรมดาจริง ๆ”

หลายคนเริ่มถามผู้เฒ่าว่ามันเป็นลางดีหรือลางร้าย
ผู้เฒ่าตอบเหมือนเดิมทุกครั้งว่า
“ธรรมชาติไม่ใช่ลางร้ายหรอก มันเป็นแค่คำเตือนใจ หรือไม่ก็เป็นสิ่งที่อยากให้เห็นเท่านั้นเอง”

ในหมู่บ้านนี้ เชื่อกันเสมอว่าถ้าฝูงนกบินเป็นรูปทรง
โดยเฉพาะรูปที่คล้ายตัวเลข
มันมักหมายถึง “สิ่งดีที่กำลังจะมา”
หรืออย่างน้อยก็เป็นเหตุให้คนหันมาสังเกตลมหายใจตัวเอง ว่าช่วงนี้ใจสบายหรือวุ่นวายแค่ไหน

ไม่ว่าจะตีเป็นเลข 9
90
19
หรือ 906 อย่างที่บางคนเห็น

เหตุการณ์นี้ก็ยังคงเป็นความอัศจรรย์ที่เกิดในเวลาสั้น ๆ แต่มีผลกับคนทั้งพื้นที่แบบคาดไม่ถึง

คลิกรับโชคเพิ่ม

สรุปว่า

เหตุการณ์นกหลายสิบตัวบินวนเป็นรูปทรงคล้ายตัวเลขบนฟ้าตอนเช้าเหนือทุ่งหนองสว่าง ไม่ได้เป็นแค่ภาพมหัศจรรย์ แต่กลายเป็นบทสนทนาระหว่างธรรมชาติและความเชื่อเก่า ๆ ที่ผู้เฒ่าในหมู่บ้านยังคงยืนยันว่ามัน “มีความหมายบางอย่าง” มากกว่าเรื่องบังเอิญ ตัวเลขที่แต่ละคนเห็นแตกต่างกันไป—9, 19, 90 หรือ 906—อาจเป็นสัญญาณบางอย่างที่ต้องไปคิดต่อเองตามใจเชื่อของแต่ละคน

ใครที่อยากเทียบตัวเลขหรือดูผลย้อนหลัง ก็สามารถไปดูที่หน้า
/ตรวจผลสลาก/
เพื่อประกอบการมองแนวตามความศรัทธาของตัวเองได้
เพราะเลขแบบนี้…บางทีมันไม่ได้มาให้ใช้ แต่ “มาให้เห็น” เท่านั้นเอง.

By Ly Pop

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

ทันข่าวใหม่ ใส่ใจรายละเอียด ไม่พลาดทุกชั่วโมง