ดวงคนปีมะเมีย เรื่องเล่าของคนเกิดปีม้าและชะตาที่เคลื่อนไหว
เช้าวันหนึ่งที่ลมพัดแรง เรื่องเล่าของคนปีมะเมียเริ่มขึ้น
เช้าวันอังคารราวเจ็ดโมงกว่า อากาศในหมู่บ้านยังมีหมอกบาง ๆ ปกคลุม ผู้เขียนได้นั่งคุยกับชายคนหนึ่งที่เกิดปีมะเมีย เขาเล่าเรื่องชีวิตของตัวเองด้วยน้ำเสียงเรียบ ๆ แต่แฝงความหนักแน่นอยู่ในที
เขาบอกว่าชีวิตของคนปีมะเมียเหมือนม้าในทุ่งกว้าง บางช่วงวิ่งเร็ว บางช่วงต้องหยุดยืนเฉย ๆ รอจังหวะ เหมือนรู้ว่าถึงเวลาหรือยัง
ตอนนั้นผู้เขียนฟังไปก็รู้สึกแปลก ๆ อยู่เหมือนกัน ไม่รู้ว่าเป็นเพราะบรรยากาศตอนเช้าที่เงียบเกินไป หรือเพราะคำพูดของเขามันตรงกับความรู้สึกของหลายคนที่กำลังรออะไรบางอย่างในชีวิต
คนปีมะเมียกับเหตุการณ์ที่มักเกิดในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ
มีเรื่องหนึ่งที่เขาเล่าให้ฟัง เป็นเหตุการณ์ช่วงหลายปีก่อน ตอนที่งานกำลังไปได้ดี อยู่ ๆ ก็มีปัญหาเข้ามาพร้อมกันหลายอย่าง ทั้งเรื่องเงินและเรื่องครอบครัว
เขาบอกว่า
“ตอนนั้นเหมือนถูกบังคับให้หยุด ทั้งที่ยังอยากเดินต่อ”
คำพูดสั้น ๆ แต่ฟังแล้วเห็นภาพชัด เหมือนม้าที่กำลังวิ่งแล้วต้องชะลอ เพราะพื้นข้างหน้ามีหลุม
หลายคนที่เกิดปีมะเมียเองก็มักเล่าในทำนองคล้ายกัน ว่าชีวิตไม่ได้ล้มเหลวเสียทีเดียว แต่จะมีช่วงที่เหมือนถูกดึงให้หยุดคิดก่อนจะไปต่อ
ไม่รู้ว่าเป็นเรื่องบังเอิญหรือเป็นจังหวะของดวงจริง ๆ แต่เรื่องแบบนี้กลับได้ยินซ้ำจากหลายคน
คนปีมะเมียดวงจะเฮง ความรู้สึกของคนที่กำลังรอจังหวะชีวิต
ช่วงหนึ่งของบทสนทนา เขานิ่งไปพักใหญ่แล้วพูดขึ้นมาว่า
“คนเราบางทีก็ไม่ได้แพ้ แค่ยังไม่ถึงเวลา”
ตอนนั้นผู้เขียนรู้สึกขนลุกนิด ๆ เหมือนคำพูดมันสะท้อนอะไรบางอย่างที่คนจำนวนมากกำลังเผชิญอยู่
คนปีมะเมียจำนวนไม่น้อยมักเป็นคนที่ใจสู้ อดทน และไม่ชอบอยู่นิ่ง แต่พอถึงช่วงที่ชีวิตต้องหยุดจริง ๆ ความรู้สึกมันจะหนักกว่าคนอื่น
เหมือนม้าที่อยากวิ่ง แต่ต้องยืนรอในคอก
ความเชื่อเก่าแก่เกี่ยวกับม้าและโชคชะตา
ในตำราจีนโบราณ ม้ามักถูกเปรียบกับพลังของการเดินทาง ความก้าวหน้า และการเปลี่ยนแปลง
ผู้เฒ่าหลายคนเคยเล่าว่า คนปีมะเมียมักมีชีวิตที่ไม่อยู่กับที่นาน บางคนย้ายงาน บางคนย้ายบ้าน บางคนเปลี่ยนเส้นทางชีวิตหลายครั้ง
เรื่องนี้จะจริงหรือไม่จริง ไม่มีใครยืนยันได้แน่ชัด แต่สิ่งหนึ่งที่เห็นได้ชัดคือ คนปีมะเมียจำนวนมากมีความกล้าที่จะเริ่มต้นใหม่
และบางครั้ง ความกล้านั่นเองที่พาเขาไปถึงจุดที่คนอื่นไปไม่ถึง
เรื่องเล่าจากผู้อ่านที่ส่งเข้ามาที่ SURIYA NEWS
ช่วงค่ำวันอาทิตย์ราวสองทุ่ม มีผู้อ่านคนหนึ่งส่งข้อความมาเล่าเรื่องของตัวเอง เขาเกิดปีมะเมียและกำลังเปลี่ยนอาชีพหลังจากทำงานเดิมมานานหลายปี
เขาเขียนไว้สั้น ๆ ว่า
“ไม่รู้ว่าตัดสินใจถูกหรือเปล่า แต่ใจมันบอกให้ไป”
ประโยคนี้เรียบง่าย แต่สะท้อนความรู้สึกของคนจำนวนมากที่กำลังยืนอยู่ตรงทางแยกของชีวิต
บางครั้งคนเราก็ไม่ได้ต้องการคำตอบที่แน่ชัด แค่ต้องการความกล้าที่จะก้าวไป
ช่วงเวลาที่ชีวิตเริ่มขยับอีกครั้ง
ชายคนเดิมที่ผู้เขียนคุยด้วยเล่าว่า หลังจากผ่านช่วงหนัก ๆ ไปได้ ชีวิตเขาก็ค่อย ๆ ดีขึ้น
ไม่ได้ดีขึ้นแบบพลิกฟ้าพลิกดิน แต่เหมือนล้อเริ่มหมุนอีกครั้ง
เขาบอกว่า
“พอผ่านมันมาได้ ก็รู้เลยว่าที่หยุด ไม่ได้เสียเวลา มันทำให้เราแข็งแรงขึ้น”
ฟังแล้วก็อดคิดไม่ได้ว่า บางทีช่วงเวลาที่ดูเหมือนถอยหลัง อาจเป็นช่วงที่ชีวิตกำลังรวบรวมแรงอยู่ก็ได้
คนปีมะเมียกับความหวังที่ยังเดินต่อ
มีคนเคยเปรียบว่า ม้าไม่ใช่สัตว์ที่เร็วที่สุดในช่วงสั้น ๆ แต่เป็นสัตว์ที่วิ่งได้ไกล
คนปีมะเมียก็คล้ายกัน หลายคนไม่ได้ประสบความสำเร็จเร็ว แต่ถ้าไม่หยุดเดิน สุดท้ายมักไปถึงที่หมาย
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะนิสัยหรือเพราะชะตา แต่เรื่องแบบนี้ได้ยินบ่อยจนบางครั้งก็เริ่มเชื่อขึ้นมานิดหนึ่ง
คนปีมะเมียดวงจะเฮง สำหรับคนที่กำลังรอจังหวะของตัวเอง
ถ้าช่วงนี้ชีวิตยังไม่ขยับ บางทีอาจยังไม่ถึงเวลา
หรือบางที เวลาอาจมาถึงแล้ว แต่ยังไม่ทันสังเกตเห็น
ใครที่กำลังเฝ้าดูตัวเลขหรือรอจังหวะของโชค หลายคนมักเข้าไปดูแนวทางหรือผลที่ผ่านมาเพื่อเป็นกำลังใจ ลองดูได้ที่หน้า
/ตรวจผลสลาก/
บางครั้งการได้เห็นอะไรเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็ช่วยให้ใจนิ่งขึ้นได้
สรุปว่า
เรื่องเล่าของคนปีมะเมียไม่ได้มีสูตรตายตัว บางคนเจอช่วงหนัก บางคนเจอช่วงดี แต่สิ่งที่เหมือนกันคือ การเดินต่อแม้จะช้าบ้าง
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะดวงหรือเพราะใจที่ไม่ยอมแพ้กันแน่ แต่หลายเรื่องที่ได้ฟังมา ทำให้รู้สึกว่าชีวิตของคนปีมะเมียมักมีจังหวะของมันเอง
เหมือนม้าที่รู้ว่าควรวิ่งเมื่อไร และควรหยุดเมื่อไร
และบางที แค่ยังไม่ถึงเวลาของเรา เท่านั้นเอง.



