เปิดตำนานเขาชีจรรย์ จากป่าลี้ลับสู่แลนด์มาร์กดัง เรื่องเล่าลุงโป่งกับความเชื่อเจ้าป่าที่สืบทอดกว่า 40 ปี
หากพูดถึง “เขาชีจรรย์” หลายคนคงนึกถึงหน้าผาพระพุทธรูปแกะสลักด้วยเลเซอร์อันยิ่งใหญ่ ซึ่งกลายเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัดชลบุรี มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย จีน ยุโรป และอีกหลายประเทศเดินทางมาเยี่ยมชมตลอดทั้งปี
แต่ก่อนที่สถานที่แห่งนี้จะเต็มไปด้วยผู้คน เขาชีจรรย์เคยเป็นผืนป่าขนาดใหญ่ที่อุดมสมบูรณ์ และยังคงมีเรื่องเล่าที่ส่งต่อกันมาจากคนรุ่นก่อนเกี่ยวกับ “เจ้าป่า” ซึ่งยังคงอยู่ในความทรงจำของชาวบ้านในพื้นที่
ตำนานเขาชีจรรย์ ลุงโป่งย้อนความทรงจำ เมื่อเขาชีจรรย์ยังเป็นป่ารกทึบ
ลุงโป่ง วัย 61 ปี เล่าว่า เมื่อประมาณ 40 ปีก่อน บริเวณเขาชีจรรย์ยังไม่มีลานจอดรถ ไม่มีนักท่องเที่ยว และไม่มีร้านค้าต่าง ๆ เหมือนในปัจจุบัน
พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นป่าธรรมชาติ มีต้นไม้ใหญ่ขึ้นหนาแน่น เต็มไปด้วยสัตว์ป่า หน่อไม้ เห็ด และผักป่านานาชนิด
ในช่วงเวลานั้น ชาวบ้านจำนวนมากยังพึ่งพาทรัพยากรจากธรรมชาติเพื่อดำรงชีวิต รวมถึงลุงโป่งที่สะพายย่ามเข้าป่าแทบทุกวัน
“ผมเดินหาหน่อไม้ ผักหวาน เห็ดป่า ยอดไม้ต่าง ๆ ตั้งแต่เช้ามืด บางวันเดินหลายกิโลเมตร แต่แทบไม่เคยกลับบ้านมือเปล่า”
ของป่าที่หาได้ไม่เพียงนำไปประกอบอาหารในครอบครัว แต่บางส่วนยังนำไปขายสร้างรายได้เลี้ยงชีพอีกด้วย
เรื่องเล่าเจ้าป่า ความเชื่อที่อยู่คู่คนหาของป่า
แม้เขาชีจรรย์จะอุดมสมบูรณ์ แต่ชาวบ้านในอดีตก็มีความเชื่อว่าผืนป่าแห่งนี้มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์คอยปกปักรักษา
ลุงโป่งเล่าว่า ระหว่างเดินหาของป่า หลายครั้งมักได้ยินเสียงคนพูด เสียงเรียก หรือเสียงเหมือนมีคนเดินอยู่ไม่ไกล
แต่เมื่อเดินตามต้นกำเนิดของเสียง กลับไม่พบใครเลย
มีเพียงความเงียบของผืนป่าและสายลมที่พัดผ่านต้นไม้ใหญ่
เรื่องราวลักษณะนี้ไม่ได้เกิดขึ้นกับลุงโป่งเพียงคนเดียว แต่ยังเป็นเรื่องเล่าที่ผู้เฒ่าผู้แก่หลายคนในพื้นที่เคยบอกต่อกันมาหลายสิบปี
แม้จะไม่มีหลักฐานยืนยัน แต่ก็ทำให้ผู้คนในยุคนั้นต่างให้ความเคารพต่อธรรมชาติ และระมัดระวังทุกครั้งที่ก้าวเข้าสู่ป่า
เหล้าขาวและไก่ต้ม เครื่องเซ่นที่ลุงโป่งทำทุกปี
ด้วยความเชื่อที่สืบทอดกันมา ลุงโป่งจึงมีธรรมเนียมส่วนตัวที่ปฏิบัติต่อเนื่องทุกปี
ก่อนเข้าป่าจะนำเหล้าขาว พร้อมไก่ต้มหรือไก่ย่าง ไปเซ่นไหว้เจ้าป่า ขอให้การหาของป่าราบรื่น เดินทางปลอดภัย และได้ผลผลิตกลับบ้าน
ลุงโป่งย้ำว่า เรื่องดังกล่าวเป็นความเชื่อส่วนบุคคลที่ยึดถือมาตั้งแต่รุ่นพ่อรุ่นแม่
“จะจริงหรือไม่จริง ผมตอบไม่ได้ แต่ผมทำแล้วสบายใจ และตลอดหลายสิบปี ผมก็ไม่เคยกลับบ้านมือเปล่า”
ตำนานเขาชีจรรย์ จากป่าเงียบสู่แหล่งท่องเที่ยวระดับประเทศ
เมื่อเวลาผ่านไป เขาชีจรรย์ได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
หน้าผาพระพุทธรูปแกะสลักด้วยเลเซอร์กลายเป็นจุดหมายสำคัญที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก
ทุกวันนี้บริเวณด้านหน้าคึกคักไปด้วยผู้คน ทั้งครอบครัว นักเรียน นักท่องเที่ยวชาวไทย นักท่องเที่ยวชาวจีน และชาวต่างชาติ ต่างผลัดกันถ่ายภาพ ชื่นชมทิวทัศน์ และเก็บความประทับใจกลับบ้าน
ภาพของชาวบ้านที่สะพายย่ามเข้าป่าเพื่อหาของป่าแทบไม่เหลือให้เห็นอีกแล้ว
ความทรงจำที่ยังไม่เคยเลือนหาย
แม้เขาชีจรรย์จะเปลี่ยนแปลงไปมาก แต่สำหรับลุงโป่ง ภาพของป่าดงใหญ่ เสียงสัตว์ป่า และเส้นทางเดินเก่า ยังคงชัดเจนอยู่ในความทรงจำ
เขาบอกว่า ทุกครั้งที่เห็นนักท่องเที่ยวจำนวนมากมายืนถ่ายรูปบริเวณหน้าผาพระเลเซอร์ ก็อดนึกถึงอดีตไม่ได้
จากผืนป่าที่ผู้คนเข้าไปเพื่อหาอาหาร วันนี้กลายเป็นสถานที่ที่ผู้คนเดินทางมาเพื่อเก็บภาพความทรงจำ
ส่วนเรื่องราวของ “เจ้าป่า” นั้น จะเป็นเพียงตำนานหรือความเชื่อ ก็ยังคงเป็นเรื่องที่เล่าขานต่อกันในหมู่ชาวบ้านมาจนถึงปัจจุบัน
เขาชีจรรย์ไม่ใช่เพียงสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังของจังหวัดชลบุรี แต่ยังเป็นพื้นที่ที่มีเรื่องราวของผู้คน วิถีชีวิต และความเชื่อที่ผูกพันกับธรรมชาติมายาวนานหลายสิบปี
เรื่องเล่าของลุงโป่งสะท้อนให้เห็นภาพของอดีตที่แตกต่างจากปัจจุบันอย่างสิ้นเชิง จากป่าที่เคยหล่อเลี้ยงชีวิตชาวบ้าน สู่แลนด์มาร์กระดับประเทศที่ต้อนรับนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลก ขณะที่เรื่องเล่าเกี่ยวกับเจ้าป่า ยังคงเป็นส่วนหนึ่งของมรดกทางวัฒนธรรมที่ชาวบ้านในพื้นที่จดจำและบอกเล่าต่อกันมาจนทุกวันนี้



