ลาภลอยอาถรรพ์ตึกร้างลาภลอยอาถรรพ์ตึกร้าง

อาถรรพ์ตึกร้างกลางนนทบุรี เรื่องจริง ความเชื่อ หรืออุปทานหมู่

มีคนบอกผมว่า…

“ถ้าไปตอนกลางวัน มันก็เป็นแค่ตึกร้าง แต่ถ้าอยู่ไปเรื่อย ๆ จะเริ่มรู้สึกเหมือนมีใครกำลังมองอยู่”

ตอนแรกก็คิดว่าเป็นแค่เรื่องเล่าไว้หลอกคนไม่ให้เข้าไป แต่พอได้ฟังจากหลายคนที่ไม่เคยรู้จักกัน กลับเล่ารายละเอียดคล้ายกันจนน่าแปลกใจ

ตึกร้างแห่งหนึ่งในย่านนนทบุรี ตั้งอยู่เงียบ ๆ มานานเกือบสามสิบปี ผ่านแดดผ่านฝนจนปูนแตกร้าว ต้นไม้ขึ้นปกคลุมระเบียงหลายชั้น จากถนนใหญ่ยังมองเห็นโครงตึกได้ชัด แต่กลับให้ความรู้สึกเหมือนสถานที่แห่งนี้หยุดเวลาไว้ตั้งแต่อดีต

หลายคนเรียกมันว่า “ตึกอาถรรพ์” แม้จะไม่มีป้ายบอก ไม่มีประวัติที่แน่ชัด และไม่มีใครตอบได้ว่าความน่ากลัวเริ่มต้นตั้งแต่เมื่อไร

อาถรรพ์ตึกร้างกลางนนทบุรี

ลาภลอยอาถรรพ์ตึกร้าง จากความคึกคะนอง กลายเป็นเรื่องที่ไม่มีใครอยากหัวเราะ

ช่วงหนึ่งมีวัยรุ่นหลายกลุ่มนัดกันเข้าไปลองของ บ้างถ่ายคลิป บ้างไลฟ์สด แข่งกันว่าใครจะขึ้นไปถึงชั้นบนสุดได้ก่อน

เสียงหัวเราะดังตั้งแต่หน้าตึก

แต่พอเดินลึกเข้าไป ทุกอย่างกลับเงียบลงอย่างแปลกประหลาด

คนที่เคยเข้าไปด้วยกันบางคนเล่าว่า อยู่ ๆ เพื่อนที่เดินนำก็หยุดนิ่ง จ้องกำแพงเก่าอยู่นานโดยไม่พูดอะไร

อีกคนบอกว่ารู้สึกเหมือนมีเสียงคนเดินอยู่ชั้นบน ทั้งที่มองขึ้นไปก็ไม่เห็นใคร

แน่นอน…บางคนมองว่าเป็นเพราะสถานที่เก่า อากาศอับ ทำให้จิตใจเริ่มคิดไปเอง

แต่ก็มีข่าวเล่าปากต่อปากว่า หลังกลับออกมา มีบางคนเปลี่ยนไป พูดคนเดียว เหม่อลอย หรือเสียขวัญอยู่นาน จนคนแถวนี้เริ่มเตือนกันว่า ถ้าไม่จำเป็นก็อย่าเข้าไปเล่นอะไรกับสถานที่แบบนี้

จริงเท็จแค่ไหน ไม่มีใครยืนยันได้

คลิกรับโชคเพิ่ม

เงาปริศนาบนดาดฟ้าที่คนเห็นไม่พร้อมกัน

เรื่องที่ถูกเล่าบ่อยที่สุด กลับไม่ใช่เสียงหรือกลิ่น

แต่เป็น “เงาคน”

หลายคนบอกว่า เวลามองจากลานด้านล่างขึ้นไปบนดาดฟ้า จะเห็นเหมือนมีใครยืนพิงขอบตึก มองลงมาเฉย ๆ

แปลกตรงที่…

บางคนเห็น แต่คนที่ยืนอยู่ข้างกันกลับไม่เห็นอะไรเลย

พอฟังแล้วก็อดคิดไม่ได้ว่า ถ้ามันเป็นเงาจริง ทำไมถึงเห็นไม่พร้อมกัน

หรือถ้ามันไม่มีอะไรเลย ทำไมหลายคนถึงอธิบายท่าทางคล้ายกัน ทั้งที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน

ไม่รู้ว่าบังเอิญหรือเปล่า แต่ประเด็นนี้ยังถูกหยิบมาเล่าซ้ำอยู่เรื่อย ๆ

ลาภลอยอาถรรพ์ตึกร้าง เมื่อความเชื่อเดินเข้ามาพร้อมวันใกล้ออกรางวัล

แม้จะเป็นสถานที่ที่คนส่วนใหญ่ไม่อยากเข้าไปตอนกลางคืน

แต่พอใกล้ช่วงออกรางวัล กลับมีคนแวะเวียนมาในเวลากลางวันอยู่เรื่อย ๆ

บางคนถือธูป ดอกไม้ หรือเพียงยืนเงียบ ๆ มองตัวอาคาร ก่อนจะเดินกลับออกมา

ไม่มีใครพูดตรง ๆ ว่ามาทำอะไร

แต่คนละแวกนั้นพอจะเดาได้ว่า หลายคนเชื่อว่าสถานที่เก่าแก่ที่มีตำนาน มักมีเรื่องราวบางอย่างที่ทำให้ผู้คนอยากมาขอพร หรือหวังจะได้รับสัญญาณบางอย่างกลับไป

สุดท้ายแล้วแต่ละคนก็กลับบ้านพร้อมความคิดของตัวเอง

ไม่มีใครรู้ว่าได้อะไรกลับไปบ้าง นอกจากความเงียบที่ยังปกคลุมตึกหลังนั้นเหมือนเดิม

รอยแป้งจากการหาเลขเด็ดที่เสาใต้ตึก

สิ่งที่น่ากลัวที่สุด อาจไม่ใช่ตึก แต่คือใจของคน

มีคนเคยพูดประโยคหนึ่งไว้ว่า

“ถ้าคนแรกบอกว่าเห็น คนที่สองก็เริ่มมองหา”

พอมานั่งนึกอีกที ประโยคนี้ทำให้คิดได้หลายอย่าง

เราอาจกำลังเผชิญกับอุปทานหมู่ ที่ความคาดหวังทำให้สมองตีความทุกอย่างไปในทิศทางเดียวกัน

หรือบางที…อาจมีบางสิ่งที่ยังอธิบายไม่ได้จริง ๆ

ไม่มีคำตอบไหนพิสูจน์ได้ทั้งหมด

ทุกวันนี้ตึกร้างแห่งนั้นยังคงตั้งอยู่ในย่านนนทบุรีเหมือนเดิม ผ่านผู้คนที่ขับรถผ่านทุกวัน ผ่านเสียงลือที่เล่าต่อกันไม่รู้จบ และผ่านสายตาของคนที่ยังอดเงยหน้ามองดาดฟ้าไม่ได้ทุกครั้งเมื่อเดินผ่าน

ส่วนเรื่องที่เคยได้ยิน จะเป็นเพียงเรื่องเล่า ความเชื่อ หรืออุปทานหมู่ ก็คงขึ้นอยู่กับประสบการณ์ของแต่ละคน

และเมื่อวันออกรางวัลเวียนมาอีกครั้ง หลายคนก็ยังเผลอเปิดหน้า ตรวจผลสลาก หลังนึกถึงเรื่องนี้อยู่ดี ขณะที่ตึกร้างหลังเดิมยังยืนเงียบ ๆ รับลม เหมือนไม่เคยคิดจะบอกคำตอบกับใครเลย

By Ly Pop

ทันข่าวใหม่ ใส่ใจรายละเอียด ไม่พลาดทุกชั่วโมง