แม่ค้าพวงมาลัยหน้าวัดเล่าเอง หลังคนแห่มาขอพรพญานาคทองคำ จนตัวเลขบางอย่างเริ่มตรงกันแปลก ๆ
ช่วงนี้ถ้าใครผ่านวัดแห่งหนึ่งในจังหวัดหนองคายช่วงเย็น ๆ จะเห็นคนเดินเข้าออกแทบไม่ขาดสาย โดยเฉพาะบริเวณลานด้านหน้าองค์พญานาคสีทองคำองค์ใหญ่ ที่ตั้งเด่นอยู่ใกล้ริมทางเดินเข้าวัด
บางคนถือดอกไม้ บางคนถือธูปเทียน ส่วนอีกหลายคนยืนเงียบ ๆ เหมือนตั้งใจมาบางอย่างโดยเฉพาะ
ที่น่าสนใจกว่าคือ กลุ่มแม่ค้าขายพวงมาลัยตรงหน้าวัดกลับเริ่มพูดถึง “บางเรื่อง” คล้ายกันโดยไม่ได้นัดหมาย
หลายคนบอกว่า ช่วงสองงวดที่ผ่านมา มีคนกลับมาแก้บนเยอะกว่าปกติ บางคนเอาน้ำแดงมาวาง บางคนเอาพวงมาลัยชุดใหญ่กลับมาถวาย พร้อมเล่าว่า สิ่งที่เคยขอไว้กลับเป็นจริงเร็วจนน่าตกใจ
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะความศรัทธาหรือความบังเอิญกันแน่ แต่สิ่งที่คนแถวนั้นเริ่มพูดถึง กลับไม่ใช่เรื่องโชคลาภอย่างเดียว
เพราะมันมี “ตัวเลขบางชุด” โผล่ซ้ำในคำเล่าของหลายคนแบบแปลก ๆ
เสียงเล่าจากคนขายธูปเทียน ที่อยู่ตรงนั้นแทบทุกวัน
แม่ค้าคนหนึ่งที่ขายพวงมาลัยอยู่หน้าวัดมานาน เล่าว่า ช่วงแรกเธอไม่ได้สนใจเรื่องตัวเลขอะไรนัก เพราะคนมากราบไหว้ก็มีทุกวันอยู่แล้ว
แต่ระยะหลังเริ่มมีคนเดินกลับมาถามซ้ำ ๆ เรื่องเลขบนธูป เลขหางประทัด หรือแม้แต่จำนวนเศียรขององค์พญานาค
บางคนยืนนับเองอยู่พักใหญ่ก่อนเดินกลับไปเงียบ ๆ
เธอบอกว่า มีอยู่วันหนึ่ง ฝนกำลังจะตก คนเริ่มบางตา แต่กลับมีชายวัยกลางคนคนหนึ่งเดินเข้ามาจุดธูปอยู่คนเดียว แล้วจู่ ๆ ก็หันมาถามว่า
“พี่เคยสังเกตไหม ว่าคนที่กลับมาแก้บน ชอบพูดเลขคล้ายกัน”
ตอนนั้นเธอได้แต่หัวเราะ เพราะคิดว่าอีกฝ่ายคงพูดเล่น
แต่หลังจากนั้นไม่นาน กลับมีคนอีกหลายคนพูดถึงเลขแนวเดียวกันแบบไม่ได้นัดกัน ทั้งเลข 58, 85 และบางคนก็พูดถึงเลข 289 เพราะเกี่ยวกับจำนวนธูปที่จุดในวันนั้น
ตอนนั้นขนลุกจริง ๆ เหมือนเรื่องมันเริ่มโยงกันเองทีละนิด ทั้งที่ไม่มีใครกล้ายืนยันอะไรชัดเจน
ขอพรพญานาคทองคำ องค์พญานาคสีทองคำ กับความเชื่อที่คนพื้นที่พูดต่อกันมานาน
คนแถวนั้นเชื่อกันว่า องค์พญานาคแห่งนี้ขึ้นชื่อเรื่องการขอพรเกี่ยวกับการงาน การเงิน และเรื่องที่ติดขัดในชีวิต
บางคนมาขอให้ค้าขายดี บางคนมาขอเรื่องหนี้สิน บางคนแค่อยากให้คนในบ้านกลับมาคุยกันดี ๆ เหมือนเดิม
สิ่งที่แปลกคือ หลายคนมักกลับมาพร้อมเรื่องเล่าคล้ายกันว่า ก่อนจะสมหวัง มักเห็นอะไรบางอย่างเกี่ยวกับ “ตัวเลข”
ไม่ว่าจะเป็นเลขท้ายรถที่จอดหน้าวัด เวลาในโทรศัพท์ หรือแม้แต่เลขลอตเตอรี่เก่าที่หล่นอยู่แถวโต๊ะวางธูปเทียน
แม่ค้าอีกคนเล่าว่า เคยมีหญิงสูงอายุคนหนึ่งมานั่งเงียบอยู่เกือบชั่วโมง ก่อนจะบอกว่า ฝันเห็นพญานาคเลื้อยวนรอบองค์สีทองอยู่ 3 รอบ แล้วมีเสียงคนพูดเลขเบา ๆ
แต่พอตื่นขึ้นมา กลับจำได้ไม่ครบ
จำได้แค่เลขขึ้นต้นด้วย 2 และลงท้ายด้วย 8
หลังจากนั้น คนแถวนั้นก็เริ่มเอาเรื่องนี้ไปพูดต่อกันเอง บางคนเชื่อ บางคนก็แค่ฟังไว้เฉย ๆ
วันที่คนเริ่มหันมาสังเกต “ตัวเลขรอบตัว” มากกว่าปกติ
ช่วงใกล้วันประกาศผลสลาก คนที่มาวัดเริ่มเยอะกว่าปกติจนลานจอดรถแทบเต็ม
หลายคนไม่ได้มาขอเลขตรง ๆ แต่เหมือนตั้งใจมาหาความสบายใจมากกว่า
บางคนนั่งมองควันธูป บางคนเดินวนรอบองค์พญานาคเงียบ ๆ เหมือนกำลังคิดอะไรอยู่ในใจ
สิ่งหนึ่งที่แม่ค้าหลายคนพูดตรงกันคือ คนที่มาที่นี่มักไม่ค่อยพูดเสียงดัง ทุกอย่างดูเงียบแต่มีความหวังแปลก ๆ ซ่อนอยู่
และยิ่งใกล้วันหวยออก เรื่องตัวเลขก็ยิ่งถูกพูดถึงมากขึ้นแบบหลีกเลี่ยงไม่ได้
มีทั้งเลขจำนวนบันไดทางขึ้น เลขอายุของคนที่มาแก้บน หรือแม้แต่เลขจากธูปที่ไหม้ไม่เท่ากัน
ไม่รู้เหมือนกันว่าเป็นเพราะคนกำลังมองหาความหวัง หรือเพราะบางเหตุการณ์มันดันเชื่อมกันพอดี
แต่หลายคนก็ยังเลือกเก็บเรื่องเหล่านี้ไว้ในใจ มากกว่าจะพูดออกมาตรง ๆ
ขอพรพญานาคทองคำ ก่อนกลับ หลายคนยังแวะมององค์พญานาคอีกครั้งแบบเงียบ ๆ
จนถึงตอนนี้ ก็ไม่มีใครบอกได้แน่ชัดว่า เรื่องทั้งหมดเป็นเพียงความบังเอิญ หรือเป็นเพราะแรงศรัทธาที่ทำให้คนเริ่มสังเกตสิ่งรอบตัวมากขึ้น
แต่สิ่งหนึ่งที่เห็นได้ชัดคือ วัดแห่งนี้ยังคงมีคนเดินทางมาเรื่อย ๆ โดยเฉพาะช่วงเย็นที่แสงแดดสะท้อนองค์พญานาคสีทองจนดูโดดเด่นกว่าปกติ
บางคนกลับไปพร้อมรอยยิ้ม บางคนกลับไปพร้อมความหวังเล็ก ๆ ในใจ
ส่วนตัวเลขที่ถูกพูดถึงซ้ำ ๆ ในช่วงนี้ จะเป็นเพียงเรื่องเล่าหรือมีอะไรเชื่อมโยงกันจริง คงต้องรอดูต่อไปในงวดนี้
และตอนที่หลายคนกำลังเดินออกจากวัด ก็ยังมีคนหยุดมององค์พญานาคอีกครั้ง เหมือนกำลังพยายามจำอะไรบางอย่างกลับบ้านไปด้วย
ใครที่กำลังติดตามเรื่องราวของคนดวงเปลี่ยน หรืออยากดูว่าช่วงนี้มีใครถูกจับตาเรื่องตัวเลขบ้าง หลายคนเริ่มเข้าไปดูต่อกันที่หน้า /ตรวจผลสลาก/ เพราะเชื่อว่า บางทีรายละเอียดเล็ก ๆ ที่คนอื่นมองข้าม อาจซ่อนบางอย่างเอาไว้ก็ได้



