ช่างทำผมสาวใหญ่ถูกหวยที่ 1 หลังหมอดูทักกลางวันฝน
จากลูกจ้างย่านอนุสาวรีย์ชัยฯ สู่เจ้าของร้านของตัวเอง
เช้าวันหนึ่งในช่วงต้นฤดูฝน ผมนั่งคุยกับเจ้าของร้านเสริมสวยแห่งหนึ่งในตัวเมืองเชียงราย คนแถวนั้นเรียกเธอว่า “เจ้อร” เป็นผู้หญิงวัยใหญ่ที่หน้าตาดูใจดี พูดจาเรียบง่าย แต่แววตาดูเป็นคนผ่านอะไรมาไม่น้อย
เจ้อรเล่าให้ฟังว่า สมัยก่อนเธอเคยเป็นลูกจ้างร้านเสริมสวยอยู่กรุงเทพฯ แถวอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ทำอยู่นานกว่าสิบปี ฝีมือด้านผมถือว่าเป็นระดับที่ลูกค้าประจำยอมต่อคิวกันยาว บางวันยืนทำผมจนขาแทบไม่มีแรง
“ตอนนั้นเหนื่อยมาก แต่ก็ได้เรียนรู้ทุกอย่าง” เธอเล่าพร้อมยิ้มบาง ๆ
หลังเก็บเงินและเก็บประสบการณ์มานาน เจ้อรจึงตัดสินใจกลับบ้านมาเปิดร้านของตัวเอง ร้านไม่ใหญ่มาก แต่สะอาดและอบอุ่น ลูกน้องในร้านมีอยู่สามคน ทุกคนสนิทกันเหมือนครอบครัว
เธอบอกว่าไม่เคยคิดเอาเปรียบลูกน้อง แบ่งงาน แบ่งรายได้อย่างยุติธรรม จึงทำให้ทุกคนอยู่กันยาว ไม่มีใครลาออกเลยตั้งแต่เปิดร้านมา
ธุรกิจค่อย ๆ ดีขึ้น ลูกค้าเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จนบางวันต้องรับคิวล่วงหน้า
ช่างทำผมถูกหวย วันที่ฝนตกหนักและแขกที่ไม่มีใครคาดคิด
บ่ายวันหนึ่งในช่วงฤดูฝน ฝนตกหนักตั้งแต่เช้า เสียงหยดน้ำกระทบหลังคาดังต่อเนื่อง ลูกค้าเงียบกว่าปกติ บรรยากาศในร้านเหมือนหยุดนิ่ง
เจ้อรเล่าว่าตอนนั้นเธอนั่งเช็ดอุปกรณ์ไปเรื่อย ๆ ใจจริงก็คิดว่า วันนั้นคงไม่ได้งานมากแล้ว
จู่ ๆ ประตูร้านก็เปิดออก
หญิงวัยกลางคนคนหนึ่งเดินเข้ามา แต่งตัวเรียบร้อย ผมเกล้าตีบั้งอย่างประณีต เสื้อผ้าดูภูมิฐานแบบคนมีฐานะ กลิ่นน้ำหอมอ่อน ๆ ลอยตามเข้ามา
ลูกน้องในร้านเล่าว่าตอนเห็นครั้งแรก รู้สึกแปลก ๆ เหมือนคนคนนี้มีออร่าบางอย่างที่อธิบายไม่ถูก
เธอมานั่งและบอกเพียงว่าอยากสระและเซ็ตผม
เจ้อรเป็นคนลงมือทำให้เอง ระหว่างทำผมก็คุยกันตามปกติ
จนกระทั่งช่วงท้าย หญิงคนนั้นถามขึ้นมาว่า
“ร้านเพิ่งเปิดได้ไม่นานใช่ไหม”
เจ้อรพยักหน้า แล้วถามกลับว่า รู้ได้อย่างไร
หญิงคนนั้นยิ้มเล็กน้อย ก่อนบอกว่าเธอเป็นหมอดู
ตอนนั้นทุกคนในร้านหันมามองกัน เพราะชื่อของเธอเป็นที่รู้จักพอสมควรในหมู่คนที่เชื่อเรื่องดวง
คำทำนายที่ฟังเหมือนเรื่องเล่น ๆ
หลังทำผมเสร็จ หมอดูคนนั้นมองหน้าเจ้อรนิ่ง ๆ แล้วพูดว่า
“อีกไม่นาน โชคใหญ่กำลังจะมา”
เจ้อรหัวเราะทันที
เธอบอกกับผมทีหลังว่า ตอนนั้นไม่ได้เชื่อเลยแม้แต่น้อย
“ฉันทำงานมาตลอด เหงื่อไม่ออกก็ไม่ได้เงิน จะมีโชคอะไรใหญ่ ๆ ได้ยังไง”
หมอดูย้ำอีกครั้งด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“คอยดูให้ดี มันมาแน่”
บรรยากาศตอนนั้นเงียบไปชั่วครู่ แม้ลูกน้องบางคนจะฟังแล้วขนลุกนิด ๆ แต่ก็ไม่มีใครพูดอะไรต่อ
หลังจากนั้นหมอดูก็จ่ายเงินและเดินออกไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
วันที่เลขตรงกันอย่างไม่น่าเชื่อ
หลายวันผ่านไป เรื่องนั้นแทบจะถูกลืม
จนกระทั่งเช้าวันหนึ่ง เจ้อรแวะซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลจากพ่อค้าแถวตลาด เธอเลือกแบบไม่ได้คิดอะไร เห็นเลขถูกตาเลยหยิบมา
เธอบอกว่า ตอนนั้นไม่ได้มีความรู้สึกพิเศษอะไรเลย แค่คิดว่า ซื้อไว้เผื่อฟลุก
คืนก่อนวันประกาศผล เธอนั่งดูโทรศัพท์เงียบ ๆ และนึกถึงคำพูดของหมอดูขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว
“ตอนนั้นรู้สึกแปลก ๆ เหมือนใจมันเต้นแรงขึ้นเอง” เธอเล่า
แต่เธอก็ยังคิดว่า คงบังเอิญมากกว่า
ช่างทำผมถูกหวย วันที่ชีวิตเปลี่ยนจริง ๆ
บ่ายวันประกาศผล เจ้อรกำลังทำผมให้ลูกค้า ลูกน้องคนหนึ่งเปิดผลรางวัลในโทรศัพท์
แล้วจู่ ๆ ก็ร้องเสียงดัง
ทุกคนในร้านหันไปดู
เลขที่อ่านออกมามันตรงกับสลากในลิ้นชักของเจ้อรทุกตัว
ตอนนั้นเธอบอกว่า มือเย็น ใจหวิว เหมือนโลกหยุดไปชั่วขณะ
“ฉันยังคิดอยู่เลยว่าอาจดูผิด”
พอหยิบสลากขึ้นมาตรวจอีกครั้ง ตัวเลขตรงกันทั้งหมด
เธอนั่งนิ่งอยู่พักใหญ่ ความรู้สึกตอนนั้นเหมือนทั้งดีใจ ทั้งงง และทั้งกลัวเล็ก ๆ ในเวลาเดียวกัน
หลังจากวันนั้น ร้านยังเหมือนเดิม แต่หัวใจเปลี่ยนไป
แม้จะได้เงินรางวัลใหญ่ แต่เจ้อรไม่ได้เปลี่ยนชีวิตแบบพลิกหน้ามือเป็นหลังมือ
ร้านยังเปิดตามปกติ ลูกน้องยังทำงานเหมือนเดิม
เธอบอกว่า เงินทำให้สบายขึ้น แต่สิ่งที่เธอภูมิใจจริง ๆ คือการสร้างร้านนี้ขึ้นมาด้วยมือของตัวเอง
“ถ้าไม่ได้ผ่านความเหนื่อยมาก่อน ฉันคงไม่รู้คุณค่าของวันนี้”
บางครั้งเธอยังนึกถึงหมอดูคนนั้นอยู่เสมอ ไม่รู้ว่าเป็นความบังเอิญ หรือเป็นดวงจริง ๆ
หลายคนที่ได้ยินเรื่องนี้ก็พูดไม่เหมือนกัน บางคนเชื่อ บางคนก็ว่าแค่จังหวะชีวิต
ผมเองตอนฟังก็ยังรู้สึกก้ำกึ่งอยู่เหมือนกัน ว่ามันคือโชคหรือผลของการทำดีมานาน
เรื่องเล่าที่คนในพื้นที่ยังพูดถึง
เรื่องของเจ้อรถูกเล่าต่อกันปากต่อปากในละแวกนั้น บางคนแวะมาทำผมเพราะอยากเห็นร้านที่เจ้าของเคยถูกรางวัลใหญ่
มีลูกค้าหลายคนบอกว่า เวลานั่งในร้าน รู้สึกบรรยากาศอบอุ่นอย่างแปลก ๆ
และบางคนก็อดไม่ได้ที่จะลองถามเธอว่า ซื้อเลขจากไหน
เจ้อรได้แต่หัวเราะ แล้วบอกว่า
“ถ้ารู้จริงคงซื้อทุกงวดแล้ว”
ก่อนกลับ ลูกค้าหลายคนยังแวะเข้าไปที่หน้า ตรวจผลสลาก ในเว็บไซต์ เพื่อเช็กเลขของตัวเอง เผื่อจะมีใครโชคดีแบบเธอบ้างที่หน้า
/ตรวจผลสลาก/
สรุปว่า
ชีวิตของเจ้อรอาจเป็นตัวอย่างของคนที่ทำงานหนักมาตลอด แล้ววันหนึ่งโชคก็เดินเข้ามาโดยไม่ทันตั้งตัว ไม่รู้ว่าเป็นเรื่องของดวงหรือจังหวะชีวิตกันแน่ แต่สิ่งหนึ่งที่เห็นชัดคือ เธอไม่เคยหยุดพยายามตั้งแต่วันแรกจนถึงวันนี้ และบางที…โชคก้อนใหญ่ก็อาจเดินมาหาคนที่ยังคงยืนทำหน้าที่ของตัวเองอย่างตั้งใจอยู่เสมอ



