บูชาท้าวเวสสุวรรณบูชาท้าวเวสสุวรรณ

ตำนานท้าวเวสสุวรรณ เทพผู้คุ้มครองและปัดเป่าภูติผี

ในความเชื่อของชาวไทย ท้าวเวสสุวรรณไม่ใช่เพียงยักษ์ผู้ยืนเฝ้าประตูวัด หากแต่เป็นหนึ่งในท้าวจตุโลกบาล ผู้ดูแลทิศเหนือ และเป็นผู้ควบคุมเหล่าภูติผี วิญญาณ และพลังที่มนุษย์มองไม่เห็น
หน้าที่ของท่านคือการรักษาสมดุล ระหว่างโลกมนุษย์และโลกเร้นลับ ไม่ให้สิ่งชั่วร้ายล้ำเส้นเข้ามาก่อความเดือดร้อน

คนสมัยก่อนเชื่อกันว่า หากพื้นที่ใดมีท้าวเวสสุวรรณคุ้มครอง ภูติผีจะไม่กล้าอาละวาด คนในบ้านเมืองจะอยู่อย่างสงบ
ความเชื่อนี้ไม่ได้ถูกจารึกไว้ในตำราเรียน แต่ถูกถ่ายทอดผ่านคำเล่า ผ่านเรื่องที่ผู้เฒ่าผู้แก่เล่าต่อกันมา
บางเรื่องอาจฟังดูเหมือนนิทาน แต่บางเรื่องกลับคล้ายประสบการณ์ตรง จนทำให้คนฟังอดคิดไม่ได้ว่า อาจมีบางอย่างที่เหตุผลอธิบายไม่ครบ

ท้าวเวสสุวรรณจึงไม่ได้ถูกมองเป็นผู้ดุร้าย หากเป็นผู้ควบคุมความดุร้ายนั้นให้อยู่ในที่ของมัน
ยิ่งกาลเวลาผ่านไป ภาพของท่านยิ่งถูกผูกเข้ากับความมั่นคง ความปลอดภัย และการคุ้มครองชีวิต

ทำไมท้าวเวสสุวรรณจึงถูกยกให้เป็นเทพแห่งโชคลาภ

บูชาท้าวเวสสุวรรณ ทำไมท้าวเวสสุวรรณจึงถูกยกให้เป็นเทพแห่งโชคลาภ

นอกจากบทบาทในการปัดเป่าสิ่งไม่ดีแล้ว ท้าวเวสสุวรรณยังถูกกล่าวถึงในฐานะผู้ดูแลทรัพย์
ตามคติเดิม ท่านเป็นผู้รักษาสมบัติของเหล่าเทพ และเป็นผู้ควบคุมทรัพย์ในโลกมนุษย์ไม่ให้ถูกใช้ไปในทางผิด

เมื่อความเชื่อเดินทางมาถึงสังคมไทย บทบาทนี้จึงค่อย ๆ ถูกเชื่อมโยงกับเรื่องเงินทอง การค้าขาย และโชคลาภ
พ่อค้าแม่ค้า คนทำธุรกิจ หรือแม้แต่คนธรรมดาที่กำลังเผชิญปัญหาชีวิต มักตั้งจิตขอให้ท่านช่วยเปิดทาง
ไม่ใช่เพื่อร่ำรวยในชั่วข้ามคืน แต่เพื่อให้มีโอกาส มีจังหวะ และผ่านพ้นช่วงเวลายากลำบากไปได้

หลายคนเล่าว่า ก่อนจะไปไหว้ ไม่ได้ตั้งความหวังสูงนัก แค่บอกชื่อ บอกนาม และขอให้ชีวิตมันเบากว่าวันก่อน
บางคนค้าขายเริ่มคล่องขึ้น บางคนรอดจากเหตุไม่คาดคิด บางคนเพียงแค่รู้สึกอุ่นใจขึ้นอย่างประหลาด
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะศรัทธา หรือเป็นเพราะใจที่มั่นคงขึ้น แต่ประสบการณ์เหล่านี้ถูกเล่าต่อกันไม่รู้จบ

เมื่อเรื่องเล่าถูกส่งต่อ ศรัทธาจึงไม่เคยหายไปไหน

เช้าวันหนึ่งที่หน้าวัด ผู้คนหลั่งไหลเข้ามาไม่ขาดสาย
แผงล็อตเตอรี่เรียงยาว เสียงเรียกลูกค้าดังแทรกกับเสียงสวดเบา ๆ จากลำโพง
บางคนก้มเลือกเลข บางคนพนมมือไหว้ บางคนยืนมององค์ท้าวเวสสุวรรณที่ตั้งอยู่ไกล ๆ ด้วยสายตานิ่งสงบ

ไม่มีใครบอกกันตรง ๆ ว่ามาขออะไร
แต่แววตาของผู้คนกลับสะท้อนความหวังคล้ายกัน
หวังให้ชีวิตดีขึ้น หวังให้เคราะห์ร้ายผ่านไป และหวังให้วันพรุ่งนี้ไม่หนักหนาเท่าวันนี้

ชื่อของท้าวเวสสุวรรณจึงไม่ได้ถูกเอ่ยในฐานะยักษ์ผู้ดุ
หากเป็นชื่อที่ผู้คนใช้เรียก เมื่อใจต้องการที่พึ่งในวันที่ไม่แน่ใจ

ศรัทธาที่อยู่ร่วมกับชีวิตประจำวัน

ศรัทธาที่อยู่ร่วมกับชีวิตประจำวัน

สิ่งที่น่าสนใจคือ ความเชื่อเรื่องท้าวเวสสุวรรณไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในวัด
หลายบ้านมีรูปหรือเหรียญเล็ก ๆ แขวนไว้ บางคนพกติดตัว บางคนตั้งไว้หน้าร้าน
ไม่ใช่เพื่ออวดใคร แต่เพื่อเตือนใจตัวเองว่ามีสิ่งศักดิ์สิทธิ์คอยคุ้มครอง

ในวันที่ชีวิตราบรื่น ศรัทธาอาจเงียบหาย
แต่ในวันที่ทุกอย่างไม่เป็นใจ ชื่อของท่านมักถูกนึกถึงเสมอ
ไม่ใช่เพราะอ่อนแอ แต่เพราะมนุษย์ทุกคนล้วนต้องการความมั่นคงทางใจ

บูชาท้าวเวสสุวรรณ ระหว่างความเชื่อและความจริง

แน่นอนว่า ไม่ใช่ทุกคนที่เชื่อ
บางคนมองว่าสิ่งเหล่านี้เป็นเพียงความสบายใจ
บางคนเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง และบางคนศรัทธาอย่างเต็มหัวใจ

แต่ไม่ว่าจะอยู่ฝั่งไหน ความจริงอย่างหนึ่งที่ปฏิเสธไม่ได้ คือ
เรื่องเล่าของท้าวเวสสุวรรณยังคงดำรงอยู่ เพราะมันเชื่อมโยงกับชีวิตผู้คนจริง ๆ
ไม่ใช่แค่ในพิธีกรรม แต่ในความรู้สึกของคนธรรมดาที่ต้องดิ้นรนทุกวัน

คลิกรับโชคเพิ่ม

สรุปว่า

ท้าวเวสสุวรรณในสายตาของชาวไทย ไม่ได้เป็นเพียงรูปเคารพหรือยักษ์เฝ้าวัด
แต่คือสัญลักษณ์ของการคุ้มครอง ความมั่นคง และความหวัง
ในโลกที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน การมีสิ่งให้ยึดเหนี่ยว อาจเป็นโชคลาภที่สำคัญที่สุดอย่างหนึ่งของมนุษย์

ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอิทธิฤทธิ์หรือเพราะใจที่เข้มแข็งขึ้น
แต่สำหรับใครหลายคน แค่รู้ว่ามีท้าวเวสสุวรรณยืนอยู่ตรงนั้น
ก็เพียงพอแล้วที่จะก้าวต่อไปในวันพรุ่งนี้

By Ly Pop

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

ทันข่าวใหม่ ใส่ใจรายละเอียด ไม่พลาดทุกชั่วโมง