แหวนพญานาคล้อมแก้วโป่งขามของลุงสนั่น กับเรื่องที่คนสวนมะลิยังพูดถึงไม่จบ
ช่วงสายของวันอังคารที่ผ่านมา ภายในสวนมะลิขนาดใหญ่แถวอำเภอบ้านนา จังหวัดนครนายก กลิ่นดอกมะลิยังลอยบาง ๆ ปะปนกับแดดอ่อนของหน้าฝน ขณะที่ชายวัย 53 ปีเจ้าของสวนกำลังนั่งคัดดอกไม้ส่งเข้ากรุงเทพฯ ตามรอบรถประจำเหมือนทุกวัน
หลายคนในละแวกนั้นเรียกเขาว่า “ลุงสนั่น”
ชายหนุ่มใหญ่หน้าตายิ้มง่าย พูดช้า และมักหัวเราะเบา ๆ เวลามีใครถามเรื่องแหวนทองวงใหญ่ที่ติดนิ้วข้างขวาอยู่ตลอดเวลา
เพราะแหวนวงนั้น ไม่ได้เป็นแค่ทองธรรมดา
ตรงกลางคือแก้วโป่งขามสีใสอมควันเม็ดหนึ่ง ถูกล้อมด้วยพญานาคทองคำที่เลื้อยขดรอบอย่างประณีต จนบางคนแอบพูดกันว่า มองนาน ๆ แล้วเหมือนมีเงาอะไรสะท้อนอยู่ข้างใน
แหวนพญานาคล้อม ชีวิตจากจับกังแบกข้าวสาร สู่เจ้าของสวนมะลิกว่า 20 ปี
ลุงสนั่นเล่าว่า สมัยยังหนุ่มเคยเป็นคนงานรับจ้างทุกอย่างที่ได้เงิน
ทั้งแบกข้าวสาร ขนของลงเรือ รับจ้างตลาดเช้า ไปจนถึงทำงานกลางคืนแถวโกดังสินค้าในกรุงเทพฯ ช่วงนั้นนอนวันละไม่กี่ชั่วโมง บางคืนได้เงินเพียงหลักสิบก็ต้องยอม เพราะอยากมีชีวิตที่ดีกว่าเดิม
“เมื่อก่อนใครใช้ก็ทำ ขอแค่ได้เงินกลับบ้าน”
ประโยคนั้นถูกพูดพร้อมรอยยิ้มจาง ๆ ระหว่างที่เจ้าตัวใช้กรรไกรตัดกิ่งมะลิไปด้วย
ก่อนเจ้าตัวจะเล่าต่อว่า ช่วงอายุประมาณยี่สิบปลาย ๆ เคยมีโอกาสเดินทางขึ้นเหนือกับเพื่อนเก่า และนั่นคือครั้งแรกที่ได้เห็น “แก้วโป่งขาม” ของจริง
ตอนนั้นมีชาวบ้านนำหินหลายก้อนมาให้เลือกดู แต่สายตากลับหยุดอยู่ที่ก้อนใสขนาดพอดีนิ้วมือเม็ดหนึ่งอย่างไม่รู้สาเหตุ
สุดท้ายจึงซื้อเก็บไว้ ทั้งที่ตอนนั้นแทบไม่มีเงินติดตัว
แก้วโป่งขามเม็ดเดียว กับช่วงชีวิตที่เริ่มเปลี่ยนไป
หลังกลับมานครนายก ชีวิตของลุงสนั่นเริ่มเปลี่ยนทีละนิด
จากลูกจ้างรายวัน กลายเป็นคนช่วยดูสวนมะลิ ก่อนขยับมาเช่าที่เล็ก ๆ ทดลองปลูกเอง จนเวลาผ่านไปหลายปี สวนมะลิของเจ้าตัวเริ่มส่งดอกไม้เข้าปากคลองตลาดแทบทุกวัน
คนใกล้ตัวหลายคนเริ่มสังเกตว่า ตั้งแต่พกแก้วโป่งขามติดตัว ชีวิตของลุงสนั่นดูเหมือนจะค่อย ๆ ดีขึ้นอย่างแปลกประหลาด
แม้เจ้าตัวจะไม่เคยพูดตรง ๆ ว่าเกี่ยวกันหรือไม่
แต่เมื่อเริ่มมีเงินเก็บมากพอ ก็เลือกนำแก้วเม็ดเดิมไปทำเป็นหัวแหวนทองคำรูปพญานาคล้อมไว้ เพราะเชื่อว่าเป็นสัญลักษณ์ของการคุ้มครองและการเริ่มต้นใหม่
ช่วงหนึ่งมีแม่ค้าดอกไม้ในปากคลองตลาดแอบสังเกตว่า เวลาลุงสนั่นยกมือหยิบมะลิ ตัวเลขใบสั่งที่มักอยู่ใกล้ ๆ คือ 53, 35 และ 305 อยู่บ่อยครั้ง จนหลายคนเริ่มหยิบไปพูดกันต่อเงียบ ๆ
บางคนก็โยงกับอายุเจ้าตัว
บางคนกลับมองว่าเลขจากจำนวนกำไลพญานาคบนตัวแหวนดูคล้ายเลข 8 ซ้อนกันอยู่
ความเชื่อของคนสวน กับเสียงเล่าที่ยังวนอยู่ในตลาดดอกไม้
ช่วงค่ำของวันศุกร์ราวสองทุ่ม แม่ค้าหลายร้านในปากคลองตลาดยังคุยกันถึงเรื่องแหวนวงนี้ไม่เลิก
บางคนเชื่อว่าเป็นเพียงเครื่องประดับธรรมดา
แต่บางคนกลับมองว่า คนที่ผ่านชีวิตหนัก ๆ มาได้ มักมีของบางอย่างยึดเหนี่ยวใจเสมอ
โดยเฉพาะของที่อยู่กับตัวในช่วงชีวิตลำบาก
ลุงสนั่นเองไม่ได้พูดเรื่องโชคลางมากนัก เพียงบอกว่า ทุกวันนี้ยังใส่แหวนวงเดิมทุกครั้งเวลาขับรถเอาดอกมะลิเข้ากรุงเทพฯ เพราะรู้สึกเหมือนมันเตือนให้จำว่า เคยเหนื่อยมาขนาดไหนกว่าจะมายืนตรงนี้ได้
และแปลกตรงที่ ทุกครั้งก่อนจะมีออเดอร์ใหญ่เข้ามา เจ้าตัวมักฝันเห็นงูสีทองเลื้อยผ่านร่องน้ำข้างสวนอยู่เสมอ
แหวนพญานาคล้อม ตัวเลขจากเรื่องเล่าแหวนพญานาค ที่หลายคนเริ่มจับตา
หลังเรื่องนี้ถูกเล่าปากต่อปากในกลุ่มพ่อค้าแม่ค้าดอกไม้ หลายคนเริ่มกลับมามองตัวเลขที่เกี่ยวข้องกับลุงสนั่นอีกครั้ง
ทั้งอายุ 53 ปี
ระยะเวลาส่งดอกมะลิกว่า 20 ปี
รวมถึงเลขจากป้ายไม้เก่าหน้าสวนที่มีเลข 305 ซีดจางอยู่มานาน
แม้ไม่มีใครยืนยันว่าเกี่ยวข้องกับอะไรจริงหรือไม่ แต่บางคนก็จดเก็บไว้เงียบ ๆ เพราะเชื่อว่า เรื่องบางเรื่องไม่ได้เกิดขึ้นเพื่อให้พิสูจน์ทันที
แต่อาจเกิดขึ้นเพื่อให้คนบางคน “สังเกต”
และในช่วงที่หลายคนกำลังพูดถึงเรื่องราวของลุงสนั่น ก็เริ่มมีคนแวะเข้าไปดูรายชื่อคนที่ถูกจับตาในงวดนี้กันมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มพ่อค้าแม่ค้าตลาดดอกไม้ที่ยังไม่ยอมปล่อยผ่านเรื่องแหวนนาคล้อมแก้วโป่งขามวงนั้นง่าย ๆ
ใครที่กำลังตามดูเรื่องเล่าและตัวเลขจากผู้คนในแต่ละพื้นที่ หลายคนเริ่มเข้าไปเช็กต่อกันที่หน้า “จับตาคนถูกหวยงวดนี้” หลังชื่อของลุงสนั่นถูกพูดถึงมากขึ้นเรื่อย ๆ ในช่วงสองสามวันที่ผ่านมา



