วังพญานาคท้ายเขื่อนสิริกิต์ กับคนแปลกหน้าที่เหมือนหลุดมาจากอีกยุค
ช่วงปลายฤดูฝนของปีที่แล้ว มีเรื่องหนึ่งที่คนท้ายเขื่อนสิริกิต์ยังคุยกันเงียบ ๆ มาจนถึงตอนนี้
มันไม่ใช่เรื่องผี ไม่ใช่เรื่องคนหาย แล้วก็ไม่ใช่ข่าวใหญ่ระดับออกโทรทัศน์อะไรขนาดนั้น
แต่เป็นเรื่องของ “กลุ่มคนแปลกหน้า” ที่ชอบมาโผล่ในคืนวันพระ
บางคืนก็มาเดินงานวัด
บางคืนก็มานั่งฟังเทศน์อยู่เงียบ ๆ
บางคนแต่งตัวคล้ายคนสมัยก่อน พูดจาช้า ใช้คำโบราณจนเด็กวัยรุ่นแถวนั้นฟังแทบไม่ทัน
แปลกตรงที่…พอหมดงาน พวกเขาจะหายไปพร้อมกันแบบไม่มีใครเห็นว่าขึ้นรถหรือเดินไปทางไหน
แล้วเรื่องมันเริ่มถูกพูดถึงหนักขึ้น หลังจากพระป่ารูปหนึ่งพูดกับชาวบ้านไว้สั้น ๆ ว่า
“เขามาจากวังท้ายเขื่อน”
คำพูดนั้นทำให้หลายคนเริ่มย้อนคิดถึงเรื่องเล่าที่ผู้เฒ่าผู้แก่พูดกันมานาน ว่าลึกลงไปใต้สายน้ำเชี่ยวท้ายเขื่อนสิริกิต์ อาจมี “วังพญานาค” ซ่อนอยู่จริงก็ได้
วังพญานาคเขื่อนสิริกิต์ คืนงานวัดที่ไม่มีใครจำได้ว่าคนกลุ่มนั้นมาจากไหน
คนขายน้ำหน้าวัดคนหนึ่งเล่าว่า ช่วงคืนวันพระใหญ่ราวสองทุ่มกว่า ๆ จะมีกลุ่มชายหญิงประมาณ 7-8 คนเดินเข้ามาในงานทุกครั้ง
สิ่งที่สะดุดตาไม่ใช่หน้าตา แต่เป็น “บรรยากาศ”
พวกเขาเงียบผิดปกติ
เดินช้า
มองทุกอย่างเหมือนไม่คุ้นกับโลกปัจจุบัน
มีเด็กคนหนึ่งเคยถามผู้ชายวัยกลางคนในกลุ่มนั้นว่า มาจากอำเภอไหน
ชายคนนั้นยิ้ม แล้วตอบเบา ๆ ว่า
“มาจากที่น้ำลึกกว่าที่คนมองเห็น”
ตอนนั้นหลายคนก็คิดว่าเป็นพวกนักปฏิบัติธรรม หรือคนจากต่างจังหวัดที่พูดจาแปลก ๆ เท่านั้นเอง
แต่หลังจากนั้นไม่นาน กลับมีชาวบ้านอีกหลายคนเล่าตรงกันว่า เคยเห็นคนกลุ่มลักษณะเดียวกันเดินอยู่แถวท่าน้ำท้ายเขื่อนในช่วงดึก โดยเฉพาะคืนที่น้ำไหลแรงผิดปกติ
บางคืนมีคนได้ยินเสียงเหมือนดนตรีไทยเบา ๆ ลอยมาตามลม ทั้งที่บริเวณนั้นไม่มีงานอะไรเลย
แล้วที่ทำให้เรื่องนี้เริ่มกระจายหนัก คือมีคนสังเกตว่า ทุกครั้งที่กลุ่มคนเหล่านั้นปรากฏตัว มักมีตัวเลขบางอย่างโผล่ตามมาแบบน่าแปลก
ทั้งเลขศาลาวัด
เลขธูปในกระถาง
หรือแม้แต่เลขท้ายทะเบียนรถพ่อค้าในงาน
มันไม่ใช่เลขตรง ๆ แบบที่คนชอบพูดกันตามตลาด แต่เป็นลักษณะ “เห็นซ้ำจนเริ่มจำได้เอง”
คืนหนึ่งมีแม่ค้าจำได้ว่า เลข 47 โผล่ทั้งบนป้ายโต๊ะรับบริจาคและเลขลอตเตอรี่ที่คนซื้อข้างวัดทำตกไว้
ส่วนอีกคืนหนึ่ง เด็กวัดดันพูดขึ้นมาลอย ๆ ว่า เห็นเลข 528 จากเศษเทียนที่ละลายติดกันบนพื้นศาลา
ไม่มีใครบอกว่าใช่หรือไม่ใช่
แต่หลายคนก็จำมันไว้เฉย ๆ แบบนั้น
วังพญานาคเขื่อนสิริกิต์ พระป่ากับคำตอบที่ทำให้คนเงียบทั้งศาลา
ในวัดป่าเล็ก ๆ ใกล้ท้ายเขื่อน มีพระชรารูปหนึ่งที่ชาวบ้านเคารพมาก
ท่านไม่ค่อยพูดเรื่องลี้ลับ
ไม่ชอบให้คนงมงาย
แล้วก็ไม่เคยบอกให้ใครเชื่ออะไรแบบไร้เหตุผล
แต่คืนหนึ่ง หลังสวดมนต์เสร็จ มีคนถามตรง ๆ ว่า คนกลุ่มนั้นเป็นใครกันแน่
พระรูปนั้นนิ่งอยู่พักใหญ่ ก่อนตอบเพียงว่า
“บางภพ บางภูมิ เขาก็อยากมาทำบุญเหมือนคนเรา”
จากนั้นท่านก็พูดต่อเบา ๆ ว่า
“พญานาคไม่ได้มีแต่ในตำนาน คนมีบุญสัมพันธ์กัน บางครั้งก็อาจได้เห็น”
ไม่มีการอธิบายเพิ่ม
ไม่มีการเล่าให้ตื่นเต้น
แต่คืนนั้นทั้งศาลาเงียบมาก
หลายคนบอกว่าตอนเดินกลับ ได้ยินเสียงน้ำท้ายเขื่อนดังผิดปกติ ทั้งที่ก่อนหน้านั้นอากาศสงบ ไม่มีฝน ไม่มีลมแรง
บางคนถึงขั้นไม่กล้าเดินผ่านท่าน้ำคนเดียวในช่วงดึกอยู่หลายวัน
ความเชื่อเก่าแก่ของคนท้ายเขื่อน ที่ยังไม่หายไปไหน
สำหรับคนที่อยู่แถวท้ายเขื่อนสิริกิต์มานาน เรื่องพญานาคไม่ใช่เรื่องใหม่
ผู้เฒ่าหลายคนเชื่อว่า บริเวณที่น้ำวนแรงหรือมีหมอกลงจัดช่วงเช้ามืด มักเป็นจุดที่ “อีกภพหนึ่ง” ซ้อนอยู่
บางบ้านจะจุดธูปไหว้ก่อนออกเรือ
บางคนไม่พูดจาลบหลู่เวลาเดินผ่านท่าน้ำตอนกลางคืน
สิ่งที่น่าสนใจคือ แม้คนรุ่นใหม่หลายคนจะไม่ได้เชื่อเต็มร้อย แต่พอได้เจอเหตุการณ์บางอย่างด้วยตัวเอง ก็เริ่มพูดเบาลงเวลาคุยเรื่องนี้
เหมือนมีเส้นบาง ๆ ระหว่าง “ไม่เชื่อ” กับ “อธิบายไม่ได้”
แล้วทุกครั้งที่ใกล้วันออกรางวัล ก็มักจะมีคนย้อนกลับมาคุยถึงเลขที่เห็นในคืนเหล่านั้นอีกครั้ง
ไม่ใช่เพราะมั่นใจว่าจะให้โชค
แต่เพราะมันดันไปตรงกับอะไรบางอย่างหลายครั้งเกินไป
บางคนจำเลขจากเสาไม้หน้าวัด
บางคนจำเลขจากขันน้ำมนต์
ส่วนบางคนบอกว่า ตัวเองไม่ได้ตั้งใจมองเลย แต่เลขมันกลับติดอยู่ในหัวเฉย ๆ
สายน้ำท้ายเขื่อนยังไหลเหมือนเดิม แต่เรื่องเล่าก็ยังไม่หายไป
จนถึงตอนนี้ ก็ยังไม่มีใครพิสูจน์ได้ว่ากลุ่มคนลึกลับเหล่านั้นคือใคร
เป็นเพียงนักปฏิบัติธรรม
นักท่องเที่ยว
หรืออย่างที่พระป่าพูดจริง ๆ
ไม่มีใครตอบได้
แต่ทุกครั้งที่ถึงคืนวันพระ ผู้คนแถวนั้นก็ยังคอยสังเกตอยู่เงียบ ๆ ว่าจะมีใครเดินเข้ามาในงานวัดอีกไหม
บางคนแกล้งทำเป็นไม่สนใจ
แต่สายตาก็ยังเหลือบมองไปทางท่าน้ำอยู่ดี
และพอใกล้ช่วงประกาศผลสลากทีไร เรื่องเล่าจากท้ายเขื่อนสิริกิต์ก็มักถูกหยิบกลับมาพูดใหม่เสมอ
โดยเฉพาะเวลาที่มีใครบางคนบอกว่า
“เลขที่เห็นคืนนั้น มันดันไปตรงจริง ๆ”
สรุปว่า ไม่ว่าคนกลุ่มนั้นจะเป็นใคร เรื่องราวของวังพญานาคท้ายเขื่อนสิริกิต์ก็ยังคงเป็นหนึ่งในเรื่องเล่าที่ทำให้หลายคนอ่านแล้วหยุดคิดไม่ได้ และช่วงนี้ก็เริ่มมีคนย้อนกลับไปดูอีกครั้งว่า มีใครบ้างที่กำลังถูกจับตาจากตัวเลขแปลก ๆ ในงวดนี้ ผ่านหน้า /ตรวจผลสลาก/ และ /จับตาคนถูกหวยงวดนี้/ แบบเงียบ ๆ เหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา



