ลุงมั่นผวากลางทุ่งนา เจอแสงไฟออกจากปลายจมูก เชื่อเป็นผีโพลงโบราณแห่งพะเยา
คืนวันอังคารราวสี่ทุ่มกว่า ๆ ในพื้นที่ทุ่งนาแห่งหนึ่งของจังหวัดพะเยา เรื่องที่ลุงมั่นนำมาเล่าในวงกาแฟเช้าวันต่อมา ทำให้หลายคนเงียบไปพักใหญ่
เพราะสิ่งที่เขาอ้างว่าเห็น ไม่ใช่สัตว์ป่า ไม่ใช่คนเมาเดินหลงทาง และดูเหมือนจะไม่ใช่เรื่องที่อธิบายได้ง่ายนัก
ตอนแรกผมเองก็คิดว่าอาจเป็นแค่แสงไฟจากรถหรือไฟฉายใครสักคน แต่พอฟังรายละเอียดไปเรื่อย ๆ มันกลับมีบางอย่างที่ทำให้เรื่องนี้ฟังดูแปลกกว่าที่คิด
ผีโพลงคืนเฝ้านา เครื่องสูบน้ำยังทำงาน แต่คนเฝ้ากลับต้องวิ่งหนี
ลุงมั่นเล่าว่าคืนนั้นเขามานอนเฝ้าเครื่องสูบน้ำที่กำลังส่งน้ำเข้านาตามปกติ
อากาศค่อนข้างนิ่ง เสียงที่ได้ยินมีเพียงเครื่องยนต์กับเสียงแมลงจากคันนา
กระทั่งใกล้เที่ยงคืน เขาเห็นแสงสีส้มอมแดงอยู่ไกล ๆ ตอนแรกนึกว่าเป็นไฟฉายของชาวบ้านที่เดินผ่านทุ่ง
แต่ยิ่งมอง แสงนั้นกลับเคลื่อนที่ช้า ๆ และอยู่ในระดับเดียวกับศีรษะคน
ด้วยความสงสัย ลุงมั่นจึงค่อย ๆ ขยับเข้าไปดู
สิ่งที่เห็นทำให้เขาถึงกับตัวชา
เขาบอกว่าคล้ายชายคนหนึ่งยืนอยู่กลางทุ่ง ตากลมโตผิดสัดส่วนจนเกือบเท่าไข่ห่าน ในมือถือมีดผ่าฟืนเก่า ๆ ส่วนแสงที่เห็นนั้นเหมือนพุ่งออกมาจากบริเวณปลายจมูก
ลุงมั่นไม่รอให้เห็นชัดกว่านั้น
เขารีบหลบลงข้างคันนาแล้วเดินอ้อมกลับบ้านทันที ปล่อยให้เครื่องสูบน้ำทำงานต่อไปจนเกือบสว่าง
ตำนานผีโพลงที่ผู้เฒ่าผู้แก่ทางเหนือยังเล่ากันอยู่
รุ่งเช้า ลุงมั่นนำเรื่องนี้ไปปรึกษาผู้ใหญ่บ้าน รวมถึงเจ้าอาวาสวัดในหมู่บ้าน
สิ่งที่ได้รับกลับมา คือเรื่องเล่าที่คนรุ่นใหม่หลายคนอาจไม่ค่อยได้ยินแล้ว
ผู้เฒ่าผู้แก่ในพื้นที่เรียกสิ่งนี้ว่า “ผีโพลง”
ตามความเชื่อโบราณของชาวล้านนา ผีโพลงเป็นวิญญาณเร่ร่อนชนิดหนึ่งที่มักปรากฏเป็นแสงประหลาดในยามค่ำคืน บางตำนานบอกว่ามีไฟออกจากปาก บางพื้นที่เล่าว่าออกจากจมูก
ความเชื่ออีกอย่างที่น่าสนใจคือ หากผีโพลงไปหากินบริเวณทุ่งนาใคร ทุ่งนั้นมักให้ผลผลิตดีผิดปกติ
ฟังดูแปลกอยู่เหมือนกัน เพราะเรื่องผีมักถูกเชื่อมกับความน่ากลัว แต่ตำนานนี้กลับมีด้านที่ชาวบ้านมองว่าเป็นลางดีด้วย
ผีโพลงคืนเฝ้านา ตัวเลขเล็ก ๆ ที่โผล่ซ้ำจนหลายคนแอบจดไว้
แม้เรื่องนี้จะเป็นเพียงความเชื่อและประสบการณ์ส่วนบุคคล แต่ในวงพูดคุยของชาวบ้านก็มีคนสังเกตตัวเลขบางอย่างจากเหตุการณ์
อย่างเช่นช่วงเวลาที่ลุงมั่นเห็นแสงประหลาดราว 22 นาฬิกา
บางคนโยงกับอายุของลุงมั่นที่กำลังย่างเข้า 67 ปี
ขณะที่มีคนสังเกตว่าคืนนั้นเครื่องสูบน้ำทำงานต่อเนื่องเกือบ 4 ชั่วโมงก่อนเจ้าตัวจะกลับมาดูอีกครั้ง
ตัวเลขอย่าง 22, 67 และ 4 จึงถูกพูดถึงอยู่บ้างในกลุ่มชาวบ้าน
แน่นอนว่าไม่มีใครยืนยันได้ว่ามีความเกี่ยวข้องกันจริงหรือไม่
แต่เรื่องแปลก ๆ ในชนบทก็มักทิ้งร่องรอยบางอย่างให้คนจดจำเสมอ
ข้อห้ามหนึ่งประโยคที่คนเฒ่าคนแก่ยังเตือนกันไม่เปลี่ยน
สิ่งที่ผู้ใหญ่บ้านและเจ้าอาวาสพูดตรงกัน คือข้อห้ามโบราณที่สืบต่อกันมานาน
หากเชื่อว่าเจอผีโพลง
อย่าตะโกนทัก
อย่าแสดงอาการท้าทาย
และอย่าวิ่งไล่ตาม
เพราะตามตำนาน หากไปทักหรือรบกวนขณะมันกำลังหากิน จากเดิมที่อาจนำความอุดมสมบูรณ์มาให้ กลับกลายเป็นการเรียกเคราะห์เข้าหาตัว
ไม่รู้ว่าเรื่องนี้จริงมากน้อยแค่ไหน
แต่ลุงมั่นบอกว่า หลังจากคืนดังกล่าว เขาเลือกที่จะไม่กลับไปนอนเฝ้าเครื่องสูบน้ำคนเดียวอีกเลย
บางทีความกลัวอาจไม่ได้เกิดจากสิ่งที่เห็นชัดเจนที่สุด
แต่อาจเกิดจากสิ่งที่เราไม่รู้ว่ามันคืออะไรกันแน่มากกว่า
เรื่องเล่าของลุงมั่นจากทุ่งนาในจังหวัดพะเยา ยังคงเป็นเพียงประสบการณ์ที่พิสูจน์ไม่ได้ว่าเป็นเรื่องเหนือธรรมชาติจริงหรือไม่ แต่ตำนานผีโพลงที่ผู้เฒ่าผู้แก่เล่าต่อกันมาหลายชั่วอายุคน ก็ยังคงถูกหยิบขึ้นมาพูดทุกครั้งเมื่อมีเหตุการณ์ลักษณะคล้ายกันเกิดขึ้น
ส่วนใครที่สะดุดกับตัวเลขจากเรื่องนี้ หรืออยากดูว่าช่วงนี้มีใครดวงเด่นจากเหตุการณ์ชวนขนลุกแบบนี้อีกบ้าง หลายคนก็ยังคอยเข้าไปติดตามหน้า จับตาคนถูกหวยงวดนี้ และแวะตรวจผลสลากกันเป็นประจำ เผื่อจะเจอเรื่องบังเอิญที่เชื่อมโยงกันได้มากกว่าที่คิด



