Table of Contents
Toggleเช้าวันแรงวันดี กับเรื่องที่ทำให้ซอย 4 ถูกพูดถึงไม่หยุด
เช้าวันเสาร์อากาศเย็นกว่าปกติเล็กน้อย ลมพัดผ่านถนนคอนกรีตในหมู่บ้านจัดสรรแห่งหนึ่งชานเมืองจนใบไม้แห้งปลิวไปตามทาง
วันนั้นเป็นวันเสาร์ 5 ซึ่งคนเฒ่าคนแก่หลายคนมักพูดกันว่าเป็นวันเหมาะแก่การทำบุญ สวดมนต์ หรือประกอบพิธีตามความเชื่อส่วนบุคคล
แต่สิ่งที่คนในหมู่บ้านพูดถึงกันตั้งแต่เช้า กลับไม่ใช่เรื่องอากาศ ไม่ใช่เรื่องตลาดนัด และไม่ใช่เรื่องการเมือง
ทุกสายตากลับหันไปที่ซอย 4
ซอยท้ายสุดของหมู่บ้าน
ซอยที่หลายคนไม่อยากเดินผ่านหลังพระอาทิตย์ตก
และเป็นซอยที่นายบุญสนอง วัย 44 ปี อาศัยอยู่กับครอบครัวมานานกว่า 12 ปี
ผมเองตอนอ่านเรื่องนี้ครั้งแรกก็แอบสงสัยอยู่เหมือนกันว่า ทำไมบ้านหลายหลังถึงปล่อยว่างมานานขนาดนั้น ทั้งที่ทำเลไม่ได้แตกต่างจากซอยอื่นเลย
พอมานั่งนึกอีกที เรื่องบางเรื่องในหมู่บ้านก็อาจมีอิทธิพลต่อความรู้สึกของคนมากกว่าที่คิด
บ้านร้างนำโชค บ้านหลังนั้นยังอยู่ แต่เจ้าของไม่อยู่แล้ว
หากเดินเข้าไปในซอย 4 จะพบว่าบ้านส่วนใหญ่ปิดเงียบ
บางหลังมีหญ้าขึ้นสูงเกือบถึงหน้าต่าง
บางหลังมีเพียงเสียงนกกับเสียงลม
ทั้งที่เดิมทีโครงการนี้มีบ้านมากกว่า 20 หลังในซอยเดียว แต่ปัจจุบันมีคนอาศัยอยู่จริงเพียง 6 ครอบครัวเท่านั้น
ต้นเหตุสำคัญมาจากบ้านหลังหนึ่งที่เคยเกิดเหตุสลดเมื่อหลายปีก่อน
เจ้าของบ้านประสบปัญหาหนี้สินสะสมจนสุดท้ายตัดสินใจจบชีวิตตัวเองภายในบ้าน
หลังจากนั้นเรื่องราวต่าง ๆ ก็ถูกเล่าต่อกันมาเรื่อย ๆ
จากปากต่อปาก
จากคนงานรักษาความปลอดภัย
จากชาวบ้านรุ่นเก่า
จนกลายเป็นตำนานประจำหมู่บ้านไปโดยปริยาย
หลายคนย้ายออก
หลายคนไม่กล้าซื้อ
และบางคนถึงขั้นปฏิเสธดูบ้านทันทีเมื่อรู้ว่าบ้านเป้าหมายอยู่ในซอย 4
เช้าเสาร์ 5 มีของวางอยู่หน้าบ้านมากกว่าทุกครั้ง
เช้าวันนั้น นายบุญสนองตื่นตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่างนัก
หน้าบ้านหลังที่เป็นตำนานของซอย มีคนทยอยนำของมาไหว้ตั้งแต่เช้า
ทั้งน้ำดื่ม ข้าวสวย ผลไม้ และอาหารคาวหวาน
ไม่มีใครบอกว่าใครเป็นคนเริ่ม
แต่หลายปีที่ผ่านมา คนที่อาศัยอยู่ในซอย 4 จำนวนไม่น้อยมักทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้เจ้าของบ้านผู้ล่วงลับ
บางคนเชื่อว่าเป็นการแสดงความเมตตา
บางคนเชื่อว่าเป็นการช่วยให้ดวงวิญญาณไปสู่ภพภูมิที่ดี
ส่วนบางคน…
ก็มีเหตุผลอีกแบบหนึ่ง
คือเชื่อว่าหลังจากทำบุญหรือเซ่นไหว้แล้ว ชีวิตกลับดีขึ้นอย่างน่าประหลาด
ไม่ว่าจะเรื่องงาน การค้าขาย หรือเรื่องโชคลาภ
แน่นอนว่าทุกอย่างพิสูจน์ไม่ได้
แต่เรื่องแบบนี้ยิ่งห้ามก็ยิ่งมีคนเล่า
ยิ่งเล่าก็ยิ่งมีคนฟัง
บ้านร้างนำโชค คนซอย 1 ถึงซอย 3 เริ่มจับตาดูความเปลี่ยนแปลง
ประมาณช่วงสายของวันเดียวกัน เสียงพูดคุยเริ่มดังขึ้นตามร้านกาแฟเล็ก ๆ หน้าโครงการ
หัวข้อที่ถูกหยิบยกขึ้นมาไม่ใช่บ้านร้าง
แต่เป็นคนที่ยังอาศัยอยู่ในซอย 4
หลายคนเริ่มสังเกตว่าบางครอบครัวมีชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้นเรื่อย ๆ
บางคนขยายกิจการ
บางคนปลดหนี้ได้
บางคนได้สิ่งที่ตั้งใจมานาน
จนเกิดคำถามขึ้นเงียบ ๆ ว่า
มันเป็นเพียงความบังเอิญ หรือมีอะไรบางอย่างเกี่ยวข้องกับความเชื่อที่สืบต่อกันมา
แน่นอนว่าไม่มีใครตอบได้
แต่ยิ่งใกล้ช่วงออกรางวัล เรื่องราวเหล่านี้ก็มักถูกหยิบมาพูดถึงเสมอ
โดยเฉพาะเมื่อมีคนแอบกระซิบว่าคืนก่อนเห็นบางคนเดินไปจุดธูปบริเวณหน้าบ้านหลังนั้น
ไม่รู้เหมือนกันว่าจริงแค่ไหน
แต่เรื่องเล่าในหมู่บ้านก็มักเติบโตจากรายละเอียดเล็ก ๆ แบบนี้เสมอ
ความเงียบของซอยท้ายหมู่บ้าน อาจไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด
สิ่งหนึ่งที่น่าสนใจคือ คนที่อยู่ซอย 4 มานานกลับดูคุ้นเคยกับบรรยากาศเหล่านี้มากที่สุด
นายบุญสนองเคยบอกกับเพื่อนบ้านว่า เขาไม่เคยเจอเหตุการณ์น่ากลัวอย่างที่คนอื่นเล่ากัน
สิ่งที่เห็นทุกวันมีเพียงความเงียบ
ต้นไม้ริมรั้ว
เสียงลม
และบ้านที่ยังคงตั้งอยู่เหมือนเดิม
บางครั้งเรื่องที่น่ากลัวที่สุด อาจไม่ใช่วิญญาณหรือสิ่งลี้ลับ
แต่อาจเป็นความทุกข์ของคนคนหนึ่งที่เคยเกิดขึ้นในสถานที่นั้น
จนกลายเป็นร่องรอยในความทรงจำของผู้คน
เช้าวันเสาร์ 5 ผ่านไปอย่างเรียบง่าย
ของไหว้ยังคงวางอยู่หน้าบ้านหลังเดิม
ลมเย็นยังพัดผ่านซอยเงียบ ๆ แห่งนั้น
และในขณะที่หลายคนกำลังรอเช็กข้อมูลเกี่ยวกับการเสี่ยงดวงในงวดถัดไป บางคนก็แวะเข้าไปดูที่หน้า /ตรวจผลสลาก/ ตามความเคยชิน
ส่วนเรื่องเล่าของซอย 4 ก็ยังคงถูกพูดถึงต่อไป เหมือนเก้าอี้ตัวเก่าหน้าบ้านร้างที่ไม่มีใครกล้านั่ง แต่ก็ไม่มีใครย้ายมันออกไปสักที…



