ตำราใบข่อยพญานาคของนางสกุลนิษฐ์ กับเรื่องเล่าที่คนเฒ่าริมโขงยังไม่กล้าพูดดัง
ช่วงปลายฤดูฝนของคืนวันพฤหัสราวสามทุ่ม บรรยากาศริมแม่น้ำโขงฝั่งจังหวัดนครพนมเงียบกว่าปกติ ลมพัดเอากลิ่นดินชื้นลอยผ่านศาลาไม้เก่าแถวชุมชนริมน้ำ คนแก่หลายคนยังนั่งคุยกันเรื่องเดิมซ้ำ ๆ เรื่องที่ไม่มีใครกล้าฟันธงว่าเป็นแค่ตำนาน หรือเคยเกิดขึ้นจริงมาแล้วกันแน่
ชื่อของ “นางสกุลนิษฐ์” ถูกเอ่ยขึ้นมาอีกครั้ง
หญิงวัยราว 43 ปี ผู้วางตัวนิ่ง สุภาพ แต่สายตากลับมีบางอย่างที่ทำให้คนมองแล้วไม่กล้าสบตรง ๆ นานนัก คนในนครพนมหลายคนรู้จักเธอในฐานะนักธุรกิจผู้มีทรัพย์สินทั้งในไทยและต่างประเทศ แต่คนรุ่นเก่าบางกลุ่มกลับจำเธอในอีกแบบหนึ่ง
“หลานสาวตระกูลผู้ดีเก่าที่ครอบครองตำราใบข่อยพญานาค”
บางคนพูดเบา ๆ เหมือนกลัวใครได้ยิน
บางคนหัวเราะกลบเกลื่อน แต่ก็ยังนั่งฟังต่อจนจบ
ตำราใบข่อยพญานาค เรื่องเล่าจากหีบไม้เก่าริมโขงที่ไม่เคยถูกเปิดต่อหน้าคนนอก
ว่ากันว่าตำราใบข่อยเล่มนั้น ถูกเก็บไว้ในหีบไม้สีเข้มภายในเรือนเก่าอายุกว่าร้อยปีของตระกูล บันทึกข้างในไม่ใช่คาถาเรียกทรัพย์แบบที่หลายคนเข้าใจ แต่เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับ “พญานาค” ในแต่ละพื้นที่ของไทย
ภาคอีสานพูดถึงนาคแห่งลำน้ำโขง
ภาคเหนือพูดถึงนาคเฝ้าถ้ำลึกบนดอยสูง
ภาคกลางมีบันทึกเรื่องนาคใต้พระปรางค์เก่า
ส่วนภาคใต้ กลับมีเรื่องเล่าถึงนาคสีดำที่เฝ้าทางน้ำโบราณ
สิ่งที่ทำให้หลายคนขนลุก ไม่ใช่เพราะเนื้อหาเหนือธรรมชาติ แต่เป็นเพราะในแต่ละตอนของตำรา มักมี “ตัวเลข” ถูกจารไว้ท้ายหน้าเสมอ
บางหน้าเป็นเลขสองตัว
บางหน้ามีเพียงเลขเดียวที่ถูกขีดซ้ำจนเข้มกว่าปกติ
ชายวัยเกือบเจ็ดสิบที่เคยเห็นตำราเล่มนี้เมื่อนานมาแล้ว เล่าว่า ตอนเปิดไปหน้าหนึ่ง เขาจำได้ติดตาเพราะมีเลข 47 เขียนอยู่ข้างลายเส้นคล้ายเกล็ดนาค
ตอนนั้นไม่มีใครสนใจ
แต่ผ่านไปไม่กี่วัน คนในตลาดกลับพูดถึงเลขเดียวกันทั้งอำเภอ เพราะไปตรงกับบางอย่างที่เกิดขึ้นโดยบังเอิญเกินจะอธิบาย
ไม่รู้เหมือนกันว่าเป็นเพราะความเชื่อ หรือคนเรามักจำเฉพาะเรื่องที่ตรงใจตัวเอง แต่ตั้งแต่นั้นมา ตำราใบข่อยเล่มนี้ก็เริ่มถูกพูดต่อแบบเงียบ ๆ
และยิ่งชื่อของนางสกุลนิษฐ์เริ่มประสบความสำเร็จในธุรกิจ ผู้คนก็ยิ่งโยงเรื่องทั้งหมดเข้าหากันมากขึ้นเรื่อย ๆ
ค่ำคืนที่ตัวเลขบนเสาเรือนไม้ทำให้คนในบ้านเงียบทั้งหลัง
มีคนในตระกูลเคยเล่าว่า เมื่อหลายปีก่อน นางสกุลนิษฐ์กลับมาพักที่เรือนเก่าช่วงคืนฝนตกหนัก คืนนั้นไฟดับทั้งแถบ เหลือเพียงตะเกียงเจ้าพายุหน้าห้องโถง
ระหว่างที่ทุกคนกำลังนั่งคุยกัน เธอกลับเดินไปหยุดตรงเสาไม้ต้นหนึ่งแล้วจ้องอยู่นาน
ไม่มีใครรู้ว่าเห็นอะไร
แต่เช้าวันต่อมา มีคนสังเกตเห็นรอยชอล์กจาง ๆ คล้ายเลข 5 กับ 8 เขียนอยู่ตรงเสาเดียวกัน
เรื่องมันควรจบแค่นั้น ถ้าไม่ใช่เพราะอีกไม่กี่วันต่อมา คนงานเก่าในบ้านคนหนึ่งดันพูดขึ้นว่า
“เลขมันเหมือนกับที่คุณท่านเคยจดไว้ท้ายตำรา”
หลังจากนั้นบรรยากาศในบ้านก็เปลี่ยนไปอย่างประหลาด หลายคนเริ่มพูดถึงโชค เรื่องจังหวะชีวิต และความบังเอิญที่เกิดขึ้นต่อเนื่องในช่วงนั้น
มีทั้งคนที่ธุรกิจดีขึ้น
คนที่ขายที่ดินได้โดยไม่คาดคิด
รวมถึงบางคนที่แค่ลองจดเลขเล่น ๆ จากสิ่งที่เห็นในบ้านเก่า
แน่นอน ไม่มีใครกล้ายืนยันว่าเกี่ยวกันจริงไหม
แต่นั่นแหละ…ยิ่งอธิบายไม่ได้ คนยิ่งจำ
ตำราใบข่อยพญานาค ความเชื่อของคนริมโขง กับสิ่งที่ไม่จำเป็นต้องพิสูจน์
คนแถบนครพนมจำนวนไม่น้อยเติบโตมากับเรื่องพญานาค บางบ้านมีพิธีไหว้ บางบ้านห้ามพูดลบหลู่ในคืนพระจันทร์เต็มดวง
สำหรับคนภายนอก มันอาจดูเป็นเพียงความเชื่อพื้นบ้าน
แต่สำหรับคนที่อยู่กับแม่น้ำ อยู่กับเรื่องเล่ามาทั้งชีวิต หลายอย่างไม่จำเป็นต้องมีคำอธิบายชัดเจนเสมอไป
นางสกุลนิษฐ์เองก็ไม่เคยออกมาพูดเรื่องตำราใบข่อยโดยตรง ทุกครั้งที่ถูกถาม เธอมักยิ้มบาง ๆ แล้วเปลี่ยนเรื่อง
แต่แปลกตรงที่ ยิ่งเธอไม่พูด คนกลับยิ่งอยากรู้
บางคืนยังมีคนไปนั่งเฝ้าหน้าเรือนเก่า หวังเพียงจะเห็นแสงไฟจากห้องเก็บหีบไม้
บางคนเชื่อว่าเลขที่เกี่ยวกับตำราไม่ได้มาแบบตรง ๆ แต่อยู่ในจำนวนเสาเรือน อายุบ้าน หรือแม้แต่จำนวนขั้นบันได
ช่วงหนึ่ง คนในตลาดยังพูดกันถึงเลข 14, 47 และ 58 อยู่พักใหญ่ เพราะดันไปโผล่ในเหตุการณ์หลายอย่างติดกันแบบน่าคิด
จะบังเอิญหรือไม่ คงตอบยาก
แต่ที่แน่ ๆ เรื่องนี้ยังถูกเล่าต่อมาจนถึงทุกวันนี้
จากเรื่องเล่าริมโขง สู่สายตาที่เริ่มหันกลับมามองอีกครั้ง
ทุกวันนี้เรือนเก่าของตระกูลยังคงอยู่ แม้หลายส่วนจะถูกบูรณะใหม่ แต่ห้องเก็บหีบไม้เก่ายังคงถูกปิดไว้เหมือนเดิม
บางคนบอกว่าตำราใบข่อยถูกนำออกนอกประเทศไปแล้ว
บางคนกลับเชื่อว่ายังอยู่ที่เดิม และไม่มีใครกล้าเปิดโดยพลการ
เรื่องทั้งหมดอาจเป็นเพียงตำนานที่ถูกแต่งเติมผ่านกาลเวลา
หรืออาจมีบางส่วนที่เกิดขึ้นจริงจนคนไม่กล้าพูดเต็มปาก
แต่สิ่งหนึ่งที่เห็นได้ชัด คือทุกครั้งที่มีใครพูดถึงตำราเล่มนี้ ผู้คนมักเริ่มสังเกต “ตัวเลขรอบตัว” มากขึ้นโดยไม่รู้ตัว
และช่วงหลังมานี้ หลายคนก็เริ่มย้อนกลับไปจับตาเรื่องราวของผู้คนที่เคยเกี่ยวข้องกับมันอีกครั้ง โดยเฉพาะรายชื่อที่ถูกพูดถึงเงียบ ๆ ในวงสนทนาริมน้ำ
บางชื่อยังไม่เคยออกสื่อ
บางคนไม่เคยให้สัมภาษณ์กับใคร
แต่หลายสายตากำลังเฝ้ามองว่า งวดนี้…จะมีใครถูกพูดถึงอีกหรือไม่
หากอยากตามต่อว่าช่วงนี้คนในพื้นที่กำลังจับตาใครบ้าง สามารถเข้าไปดูต่อได้ที่หน้า /จับตาคนถูกหวยงวดนี้/ และอีกหลายเรื่องเล่าที่คนเฒ่าริมโขงยังคงนั่งคุยกันไม่จบในทุกค่ำคืน รวมถึงหน้า /ตรวจผลสลาก/ ที่หลายคนแวะเข้าไปดูซ้ำหลังได้ยินเรื่องแปลกเหล่านี้



