บูชาองค์จตุคามบูชาองค์จตุคาม

เสียงกระซิบยามสายใต้เงาองค์จตุคาม

เช้าวันนั้นอากาศที่ภูเก็ตค่อนข้างดี ลมทะเลพัดเข้ามาเบา ๆ จากฝั่งหาดที่อยู่ไม่ไกลจากบ้านหลังใหญ่สีครีมของคุณทัษสรวง หญิงวัย 44 ปีที่ใช้ชีวิตอยู่กับสามีชาวเบลเยียมอย่างเรียบง่าย

เวลาประมาณสิบโมงเช้า

บ้านกำลังเงียบพอดี

มีเพียงเสียงไม้กวาดลากผ่านพื้นระเบียงกับเสียงนกร้องแว่วมาจากสวนด้านข้าง

ตอนแรกก็ไม่มีอะไรน่าสนใจ

จนกระทั่งนิดา แม่บ้านสาวชาวพม่าอายุ 22 ปี ที่เข้ามาทำงานอย่างถูกกฎหมายในประเทศไทย พูดอะไรบางอย่างขึ้นมาระหว่างเช็ดโต๊ะรับแขก

ประโยคนั้นสั้นมาก

แต่หลังจากนั้น คนในบ้านหลายคนกลับจำได้ไม่ลืม

คู่รักต่างแดน

บูชาองค์จตุคาม  จากงานบ้านธรรมดา สู่บทสนทนาที่ไม่มีใครตั้งใจ

นิดาเป็นคนอัธยาศัยดี

ใครคุยด้วยก็มักจะยิ้มตอบเสมอ

เธอเคยเล่าว่ารู้สึกโชคดีที่ได้มาทำงานบ้านหลังนี้ เพราะคุณทัษสรวงดูแลลูกน้องดี ไม่เคยพูดจารุนแรง และยังคอยถามสารทุกข์สุขดิบอยู่บ่อย ๆ

ตรงมุมห้องรับแขกมีหิ้งบูชาเล็ก ๆ

บนหิ้งนั้นมีองค์จตุคามรามเทพตั้งอยู่

ไม่ใหญ่โตนัก แต่สะอาดและดูได้รับการดูแลอย่างดี

วันนั้นเอง นิดาเหลือบมองไปที่องค์จตุคามก่อนจะยิ้มบาง ๆ

แล้วพูดเบา ๆ ว่า

“เมื่อก่อนหนูเคยขอพรกับท่าน แล้วมีเรื่องดีเกิดขึ้นจริง”

เธอไม่ได้เล่ารายละเอียดมาก

แต่คำพูดนั้นกลับทำให้คนที่ได้ยินเริ่มสนใจ

ทั้งที่ก่อนหน้านั้นไม่มีใครถามเรื่องนี้เลย

คลิกรับโชคเพิ่ม

สิ่งเล็ก ๆ ที่ทำให้หลายคนเริ่มเอะใจ

หลังจากบทสนทนาสั้น ๆ ในวันนั้น เรื่องของนิดากลายเป็นหัวข้อคุยเล่นช่วงพักดื่มกาแฟ

บางคนถามต่อ

บางคนแค่ฟัง

นิดาเล่าว่าเธอเคยตั้งจิตอธิษฐานกับองค์จตุคามรามเทพในช่วงที่ชีวิตกำลังลำบาก

จากนั้นไม่นานก็มีเรื่องดีเข้ามา

เธอหัวเราะก่อนจะบอกว่า

“อาจจะบังเอิญก็ได้”

แต่สีหน้าของเธอดูเหมือนยังเชื่ออยู่ลึก ๆ

ตรงนี้แหละที่แปลก

เพราะยิ่งเจ้าตัวบอกว่าอาจเป็นเรื่องบังเอิญ คนฟังกลับยิ่งอยากรู้

พอมานั่งนึกอีกที หลายคนเริ่มเชื่อมโยงเหตุการณ์ต่าง ๆ เข้าด้วยกันเอง

ทั้งเรื่องงาน เรื่องเงิน หรือเรื่องจังหวะชีวิต

ทั้งที่ความจริงอาจไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันเลยก็ได้

บูชาองค์จตุคาม  เมื่อความเชื่อค่อย ๆ แพร่จากคนหนึ่งสู่อีกคน

ไม่กี่สัปดาห์ต่อมา

มีคนในละแวกนั้นแวะมาบ้านคุณทัษสรวงบ่อยขึ้น

บางคนมาทำธุระ

บางคนมาเยี่ยม

แต่หลายคนอดไม่ได้ที่จะมองไปยังองค์จตุคามบนหิ้ง

ราวกับกำลังสังเกตอะไรบางอย่าง

ที่น่าสนใจคือ ไม่มีใครได้รับการชักชวน

ไม่มีใครบอกให้เชื่อ

แต่เมื่อมีคนเริ่มเล่า อีกคนก็เริ่มฟัง

เมื่อมีคนฟัง อีกคนก็เริ่มคิดตาม

จนเกิดเป็นบรรยากาศประหลาด ๆ

คล้ายทุกคนกำลังมองหาความหมายจากเรื่องเดียวกัน

ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเรื่องเล่าของนิดา

หรือเพราะองค์จตุคามที่ตั้งอยู่เงียบ ๆ มาตลอด

แต่ยิ่งเวลาผ่านไป คนก็ยิ่งพูดถึงเรื่องนั้นมากขึ้น

เจ้านายผู้ใจดีพาแม่บ้านเที่ยวทะเล

อุปทานหมู่ หรือเพราะใจคนอยากมีที่ยึดเหนี่ยว

มีคนเคยพูดไว้ว่า

“บางครั้งสิ่งที่ทรงพลังที่สุด ไม่ใช่สิ่งที่มองเห็น แต่คือสิ่งที่เราเชื่อร่วมกัน”

ฟังดูธรรมดา

แต่วันนั้นผมนึกถึงคำนี้ขึ้นมา

เพราะเหตุการณ์ทั้งหมดเริ่มจากประโยคสั้น ๆ ของแม่บ้านคนหนึ่งเท่านั้น

ไม่มีหลักฐาน

ไม่มีใครพิสูจน์อะไรได้

แต่เมื่อคนรอบตัวเริ่มคล้อยตาม ความรู้สึกบางอย่างก็ขยายตัวขึ้นเรื่อย ๆ

คล้ายกับว่าทุกคนกำลังมองหาสัญญาณเดียวกัน

ทั้งที่อาจไม่มีสัญญาณนั้นอยู่จริง

หรือบางทีมันอาจมีอยู่แล้ว เพียงแต่เราเพิ่งสังเกตเห็น

เรื่องแบบนี้ตอบยาก

และนั่นอาจเป็นเหตุผลที่ทำให้ผู้คนยังเล่าต่อกันไม่จบ

จนถึงวันนี้ องค์จตุคามรามเทพยังคงตั้งอยู่มุมเดิมในบ้านริมทะเลหลังนั้น รับลมทะเลยามสายเหมือนทุกวัน ส่วนนิดาก็ยังทำงานตามปกติ พร้อมรอยยิ้มเดิม ๆ และคำพูดสั้น ๆ ที่หลายคนยังจำได้ว่า “อาจจะบังเอิญก็ได้”

ส่วนใครจะมองว่าเป็นเรื่องของศรัทธา หรือเป็นเพียงอุปทานหมู่ ก็คงแล้วแต่มุมมองของแต่ละคน เหมือนกับหลายเรื่องที่ผู้คนยังเฝ้าติดตามกันต่อ โดยเฉพาะช่วงที่หลายคนแวะเข้าไป /ตรวจผลสลาก/ หรือคอยจับตาคนถูกหวยงวดนี้ ว่าจะมีเรื่องเล่าอะไรใหม่ ๆ เกิดขึ้นอีกหรือไม่ จากบ้านหลังเดิมใกล้ชายทะเลแห่งนั้น.

By Ly Pop

ทันข่าวใหม่ ใส่ใจรายละเอียด ไม่พลาดทุกชั่วโมง